Archive สิงหาคม 2018

3 แหล่งที่เที่ยวธรรมชาติของไต้หวันที่ต้องไปเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้สักครั้ง

3 แหล่งที่เที่ยวธรรมชาติของไต้หวันที่ต้องไปเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้สักครั้ง

ไต้หวันนอกจากจะเต็มไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งแหล่งของกินรวมไปถึงที่เที่ยวที่มีเรื่องราวในหน้าประวัติศาส
ตร์ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่จะทำให้ผู้คนหลงใหล
และรักไต้หวันมากขึ้นดังเช่น 3 ที่เที่ยวธรรมชาติที่เราได้นำมาฝากกัน
เกาะเผิงหู
เริ่มกันที่แรกกับเกาะเผิงหูแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเกาะก็ต้องนึกถึงทะเล
ซึ่งทะเลที่นี่จัดได้ว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดเลยทีเดียวน้ำมีความใสน่าเล่น
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือมีแนวหินรูปหัวใจเรียกกันอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะเผิงหูที่ไม่ว่าใครมาก็ต้อง
ขอมาถ่ายรูปบริเวณนี้กันทั้งนั้น
สำหรับเกาะเผิงหูตั้งอยู่ในแถบหมูเกาะช่องแคบของไต้หวันในเมืองหนานโถวซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างไต้
หวัน และประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งที่แห่งนี้มีเกาะน้อยใหญ่มากมายรวมแล้วมากถึง 100
เกาะเลยทีเดียวส่วนหาดทรายก็มีทรายสีขาวดูสะอาดตาไม่น้อยเลยทีเดียวแถมยังมีจุดให้นักท่องเที่ยวขึ้น
ไปชมวิวอีกหลายจุดทำให้มันกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวนั่นเอง
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
มาต่อกันที่ อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกที่หนึ่งที่ใครไปก็ไม่ควรพลาดจะแวะไปเยี่ยมเยียนสำหรับ
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ นั้นถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวันเลยทีเดียว
โดยมัยตั้งอยู่ในเมืองฮัวเหลียนอันเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด และสัตว์ป่าหลกหลายพันธุ์
โดยถือเป็นอุทยานที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากแถมยังมีน้ำตกที่กลายเป็นแลนมาร์คสำคัญของที่นี่
และช่วยให้ดููสวยงามมากขึ้นอีกด้วย โดยน้ำตกจะตกลลมาจากหน้าผาหน้าศาลเจ้า Changchun
ซึ่งถือเป็นสถานที่กราบไหว้บูชาของที่นี่ และทำให้วิวดูกับกำลังอยู่ในนิยายจีนเลยทีเดียว
ชายทะเลเหลาเหมย
มาต่อกันที่สุดท้ายกับ ชายทะเลเหลาเหมย
หากจะบอกว่าถานที่แห่งนี้เหมือนสถานที่ในเทพนิยายโบราณก็ว่าได้
เพราะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ให้ความสวยงามอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว
สำหรับชายทะเลเหลาเหมยอยู่ใกล้กับเมืองไทเปมีกลุ่มของโขดหินมากมายรายล้อมอยู่
และเป็นหินที่มีรูปร่างประหลาดดูเผินๆค่อนข้างคล้ายลักษณะของงูที่กำลังเลื้อยลงทะเลอันเกิดจากการเป
ลี่ยนแปลงธรรมชาติที่สะสมมานานนับพันๆปีนั่นเอง
โดยถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของหิน
และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนรักธรรมชาติที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง…

แบบนี้ต้องไม่พลาด : แนะนำ 3 ที่พักสุดหรูติดทะเลหัวหิน

แบบนี้ต้องไม่พลาด : แนะนำ 3 ที่พักสุดหรูติดทะเลหัวหิน

นี่คือ 3ที่พักในหัวหินที่เต็มไปด้วยความหรูหราพร้อมให้คุณได้สัมผัสกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่กับบรรยากาศสุด
หรูพร้อมรับลมทะเลที่เราอยากจะมาแนะนำกัน

หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, หัวหิน
เริ่มกันที่สถานที่แรกอย่าง หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, หัวหิน
ถือเป็นหนึ่งในที่พักติดอันดับต้นๆของหัวหินเลยทีเดียว โดยเป็นรสอร์ทระดับ 5
ดาวที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมเลียบชายหาดหัวหิน ราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 4800
ซึ่งหากซื้อผ่านระบบออนไลน์ก็จะมีโปรโมชั่นชดราคาต่อห้องตลอดปีอีกด้วย
โดยทรีสอร์ทแห่งนี้ถือเป็รีสอร์ทที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน
แต่กลายเป็นรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมออย่างรวดเร็วเพราะเต็มไปด้วยความหรูหราพร้อมกับการให้บริการ
เต็มที่นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้กับนักท่องเที่ยว
ขณะเดียวกันยังมีสระน้ำที่มีขนาดใหญ่มากๆคอยให้บริการอีกด้วยแถมมีถึง 5 สระ 5 แบบให้เลือกด้วยกัน
ส่วนไฮไลท์สำคัญคือการที่อยู่ติดทะเลทำให้สามารถแวะไปชมวิวริมทะเลได้เพียงแค่เดินไม่กี่ก้าวเท่านั้น
หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งดื่มน้ำผลไม้พร้อมกับรับลมทะเลก็ทำได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

วีวิลล่า หัวหิน รีสอร์ท, หัวหิน
ต่อกันที่ วีวิลล่า หัวหิน รีสอร์ท, หัวหิน
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ทติดทะเลหัวหินที่มีผู้คนนิยมมาเข้าพักที่นี่ตลอดปี
หากใครชื่นชอบความเป็นส่วนตัวรับรองได้ว่าหากได้มีโอกาสมาที่นี่จะต้องติดใจ
และอยากกลับมาอีกครั้งย่างแน่นอน โดยรีสอร์ทแห่งนี้ถูกออกแบบสไตล์โมเดิร์นทำให้ดูมีความทันสมัย
และหรูหราที่สำคัญบ้านพักแต่ละหลังนั้นมีสระว่ายน้ำในตัวอีกด้วยทำให้คุณสามารถสนุกกับการเล่นน้ำ
ได้อย่างเต็มที่ และเป็นส่วนตัว ซึ่งในแต่ละหลังนั้นมีความกว้างอย่างมาก
และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยทีเดียว
ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คุณรู้สึกอยากจะพักผ่อนอยู่ที่นี่สักหลายๆวันอย่างแน่นอน

เล็ทส์ซี หัวหิน อัลเฟรดโก รีสอร์ท, หัวหิน
มาดูอันดับสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนำกันบ้างกับ เล็ทส์ซี หัวหิน อัลเฟรดโก รีสอร์ท, หัวหิน
โดยรีสอร์ทแห่งนี้ดีไซน์จะแตกต่างจากสองที่แรกโดยสิ้นเชิง เพราะแม้จมาในแบบโมเดิร์น
แต่ก็ถูกดีไซน์ให้มีความต่างตรงที่บ้านพักทุกหลังหันหน้าเข้าหากันโดยมีสระน้ำคั่นกลางทอดยาวไปจน
สุดเหสมือนกับแม่น้ำที่กำลังไหลลงทะเลทำให้กลายเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว
โดยบ้านพักที่นี่เน้นใช้สีขาวเป็นโทนหลักให้ความสบายตานอกจากนี้สระนำยังมีขนาดใหญ่
และอยู่ติดที่พักชนิดที่เปิดประตูบ้านมาก็สามรถลงเล่นน้ำได้เลย
นอกจากนี้ภายในห้องพักก็มีสิ่งของอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างที่ต้องการ
ขณะเดียวกันห้องอาการก็สามารถรับลมทะเลได้อีกด้วย…

โฮมสเตย์ริมทะเลราคาถูก

โฮมสเตย์ริมทะเลราคาถูก

ยุคนี้สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนถามถึง ด้วยราคาที่ถูกลงมากแม้มีงบน้อย
ก็สามารถไปเที่ยวได้ บทความนี้จะมาแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ ที่ราไม่แพง
ด้วยราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ คุ้มค่าแก่วันหยุดพักผ่อน

1.วังใหญ่โฮมสเตย์ จ.สมุทรปราการ…. เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่พลาดไม่ได้เลย
เพราะคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงที่คนไม่พลุกพล่าน ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน
จ.สมุทรปราการ…. ราคาต่อคนอยู่ที่ 500 บาทเท่านั้น ราคานี้รวมค่าอาหารแล้วอีกด้วย

2.บ้านสวนริมน้ำ โฮมสเตย์ จ.จันทบุรี ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูกคือเขาคิชฌกูฏและเขาสอยดาว
บ้านพักที่อยู่ในสวนผลไม้ติดน้ำตก บรรยากาศโอบล้อมด้วยต้นไม้ ลำธาร และขุนเขา อากาศเย็นสบายตลอดปี
บ้านพักมีทั้งหมด 10 หลัง มีทั้งเป็นบ้านพัก และบ้านไม้ไผ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
กิจกรรมมีให้เลือกทำหลากหลาย อาทิ ปั่นจักรยาน, เดินป่า, ชมนกชมไม้ ส่วนใหญ่นิยมเล่นน้ำ
และชมชิมผลไม้ตามฤดูกาล ห้ามพลาดชิมเมนูพื้นบ้าน น้ำพริกกะปิ, ผักต้ม และหมูชะมวง ราคาที่พักเริ่มต้น 500 –
600 บาทต่อคน

3.บ่อฝ้าย โฮมสเตย์
ที่พักติดริมทะเลหัวหินราคาถูกที่ดูแลโดยส่วนราชการ
ซึ่งเป็นบ้านพักสวัสดิการทหารอากาศที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพักได้ในราคาเบา ๆ
มีให้เลือกทั้งแบบบังกะโลและอาคารที่ สามารถมองเห็นวิวทะเลได้เลย เหมาะกับคนที่มีญาติเป็นทหาร ตำรวจ
เพราะจะได้ส่วนลดพิเศษ ส่วนบุคคลทั่วไปจะราคาสูงกว่านิดหน่อย ที่สำคัญคือรับรองความปลอดภัย
แน่นอนประเภทห้องพักแบบคอนโด เริ่มต้น 800 บาท

4.บลูเวฟ หัวหิน บลูเวฟ หัวหิน ที่พักสุดเงียบสงบบนอ่าวตะเกียบ ตั้งอยู่ติดกับทะเล
เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ได้สัมผัสกับท้องทะเลกว้างใหญ่ ให้บริการที่พักแบบโรงแรม ห้องพักตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น
กว้างขวาง สีสันสบายตา เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ทีวีจอแอลซีดี อินเทอร์เน็ตไร้สาย
โซฟา ไดร์เป่าผม ของใช้ภายในห้องน้ำ มินิบาร์ ฯลฯ ทุกห้องจะมีระเบียงให้ได้ชมวิวและนั่งชิลยามว่าง
บางห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลสุดลุกหูลูกตา บรรยากาศดีมาก ๆ นอกจากนี้พนักงานต้อนรับยังมีอยู่ตลอด
24 ชั่วโมง มีสระว่ายน้ำ ยิม ร้านอาหารไว้บริการด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-1,300 บาท

5.ไอสไตล์ หัวหิน (I Style Huahin)ตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 19 ห่างจากชายหาดหัวหินเพียง 300 เมตร
เป็นบูติคโฮเทลขนาดเล็กสไตล์โมเดิร์น เปิดให้บริการห้องพักทั้งหมด 23 ห้อง
ห้องพักทุกห้องถูกออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกันออกไปตามสีสัน และอารมณ์ความรู้สึก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและการบริการอย่างเป็นกันเอง
ที่ตั้ง ซ.หัวหิน19 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาตั้งแต่ 500 – 3,900 บาท…

มีความสุขอย่างไม่สดุดที่ “เกาะสมุย”

มีความสุขอย่างไม่สดุดที่ “เกาะสมุย”

“เกาะสมุย” เกาะที่จะพาคุณหลงไหลไปกับความสวยงาม และความสุขที่หาได้ยากๆ หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวดีๆ
ที่นี่เหมาะสุดๆ กับการพาแฟน พาครอบครัวมาพักร้อนในวันว่างๆ
เกาะสมุย ตั้งอยู่อยู่แถวๆอ่าวไทย ที่ห่างจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี ไปทางทิศตะวันออกราวๆ 83 กิโลเมตร
ล่ายล้อมด้วยภูเขาสีเขียวขจี
เกาะสมุย ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตติดอันดับต้นๆของโลก และเมืองไทย
ที่ไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติมากมาย หลายสัญชาติก็แห่กันมาเที่ยวที่นี่ เป็นเพราะเกาะสมุย
มีอะไรที่แตกต่างปจากเกาะอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาะที่สวยงาม และน้ำทะเลที่ดูสดใจ และสะอาด
และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และสัตว์น้ำที่ไกล้ศูนย์พันธุ์ มากมายมี และไม่ไม่ไช่แค่เกาะที่โดเด่น
ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่แสดงให้เห็นถึงถึงศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น วัดสำเร็จ วัดละไม วัดพระใหญ่เป็นต้น
ซึ่งในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่เกาะ สมุย
ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวเนื่องจากในช่วงนั้นเป็นช่วงคลื่นลม ผสมกับน้ำทะเลและชายหาดขาวๆ ใครจะอดใจไหว
และนอกจากนั้น หากใครที่อยากไปต่อความสนุกได้ในยามค่ำคืนก็ไม่มีปัญหา เพราะเกาะสมุย
ยังมีที่พักและแหล่งสถานบันเทิงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ท ผับ บาร์ คาราโอเกะ ร้านอาหาร
และสิ่งอำนวยความสดวกอย่าครบเครื่อง
หากใครที่ได้ไปสัมผัสความสุขที่ครบถ้วนนี้ด้วยตนเองมาแล้วบอกได้เลยว่า คงยากที่จะไม่มาเป็นครั้งที่ 2
ความสุขครบถ้วนขนาดนี้คุณจะพลาดได้อย่างไร…

VT แหนมเนืองจากหนองคายสู่การขยายอาณาจักรทั่วประเทศ

VT แหนมเนืองจากหนองคายสู่การขยายอาณาจักรทั่วประเทศ

เดิมที คุณพ่อตวน แซ่โฮ และคุณแม่วี แซ่เรือง
เป็นชาวเวียดนามอพยพหนีสงครามอินโดจีนเข้ามาอาศัยอยู่ที่จ.หนองคายคุณพ่อ
เป็นลูกจ้างร้านทองคุณแม่รับจ้างหาบน้ำ
ขึ้นมาจกแม่น้ำโขงส่งขายตามบ้านท่านมีบุตรด้วยกัน8คนเป็นชาย3คนหญิง5คนทั้ง
สองท่านได้ต่อสู้ชีวิตด้วยความลำบาก จนกระทั่งลูกๆได้เริ่มโตขึ้นรายได้เริ่ม
ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ด้วยความขัดสนจึงคิดเปลี่ยนอาชีพใหม่
โดยคุณแแม่ได้ใช้วิชาทำอาหารเวียดนามที่เคยร่ำเรียนมาจากคุณยาย
บวกกับท่านมีรสมือในการประกอบอาหาร
จึงตัดสินใจทำอาหารเวียดนามจัดใส่สาแหรกหาบขายตามละแวกบ้าน
ด้วยความมานะอดทนหมั่น เก็บเล็กผสมน้อย เดินหาบขายเป็นเวลากว่า 10 ปี
ประมาณปี 2511 คุณพ่อตวนและคุณแม่วีจึงเก็บรวมเงินมาเช่าอาคารพาณิชย์ 1
คูหา ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน แดง แหนมเนืองในปัจุบัน กิจการในระยะแรกกนั้น
ยังคงทำกันแบบครอบครัว ลูกๆช่วยกันเตรียมของขาย ไม่ว่าจะเป็นการทำหมู
ล้างผัก หั่นเครื่อง จัดเสิร์ฟ บริการลูกค้า ลูกๆทุกคนช่วยกันทำ ตามหน้าที่
(ปัจจุบันกิจการของคุณพ่อและคุณแม่ได้เปิดดำเนินกิจการมากว่า 35 ปีแล้ว)
ในปี พ.ศ. 2529 คุณแม่ป่วยด้วยโรคหัวใจ
ไม่สามารถทำงานหนักได้จึงให้ลูกๆดำเนินกิจการแทน ในวันที่ 9 พ.ย. พ.ศ.2540
คุณทอง ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่สองและคุณติ๊กน้องสาว ได้หาทำเลที่จังหวัดอุดรธานี
เพื่อเปิดร้านแหนมเนือง โดยใช้ชื่อว่า VT แหนมเนือง ที่มาของชื่อร้าน วี(V)
มาจากชื่อคุณแม่วี และ ที (T) มาจากชื่อคุณพ่อตวน ซึ่งท่านเป็นหัว
เรื่อใหญ่ในการจัดหาวัตถุดิบส่งให้ทางร้าน
โดยมีโรงงานผลิตอยู่ที่จังหวัดหนองคาย วัตถุดิบต่างๆนี้ จะทำการจัดส่งให้
กับทางร้านทุกวัน ร้าน VT แหนมเนืองตั้งขึ้นแต่เดิมมี 3 คูหา
ดำเนินกิจการมาจวบจนปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า10ปีด้วยลูกค้าที่มาทานที่ร้าน
หรือซื้อเป็นของฝากบอกต่อกันทำให้ทางร้าน มีกิจการที่ดีขึ้น เรื่อยๆ
จนต้องขยายร้านออกไปอีก เพื่อ รองรับลูกค้า ทางร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่
6.00 – 20.30 น. และยังจัดเลี้ยงกรุ๊ปทัวร์ รับจัดส่งสินค้าออกต่างจังหวัด…

3 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

3 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

แน่นอนว่า จีน เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจเบอร์ต้นๆของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จมากมายในหลายหลายแง่ ที่สำคัญ ยังมีประชากรมากที่สุดในโลก ท่ามกลางข้อมูลดังกล่าว
ยิ่งแสดงให้เห็นว่า จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ 3 สถานที่ท่องแห่ง
แดนมังกร ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไป
เริ่มจาก The Great Wall หรือรู้จักกันในชื่อ กำแพงเมืองจีน เป็นสถานที่ ที่เชื่อว่าคนทั่วโลกต้องรู้จัก
เพราะนอกจากเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังมีอะไรที่น่าค้นหา โดยจุดเด่นของที่นี่ เป็นกำแพง
ที่มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร ก่อนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้
ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันชนเผ่าทางตอนเหนือ
ที่อาจเข้ามารุกรายในสมัยนั้น ที่สำคัญ ที่นี่ ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
ต่อมาเป็น Karst Mountains ที่ตั้งอยู่ในเมืองหยาวโจว โดยจุดเด่นของที่นี่
จะมีภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน รวมถึงระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยที่สุดแห่งนี้
ที่สำคัญ หากมาที่นี่ ยังสามารถมองเห็น หยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง กุ้ยหลิน
ที่ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ พระราชวังโปตาลา เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดและอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยตั้งอยู่ ณ
กรุงลาซา บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งปราสาทแห่งนี้มีลักษณะของวันซ้อนวัง สร้างเสร็จในปี 1648 ปัจจุบัน
กลายเป็น พิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวโปตาลา
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากที่เรายกตัวอย่างมาแล้วนั้น เรามั่นใจว่า ประเทศจีน ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
ที่รอให้ทุกคนไปค้นหาอยู่…

ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาเบาๆที่คุณห้ามพลาด

ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาเบาๆที่คุณห้ามพลาด

ยุคนี้สมัยนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักอาหารญี่ปุ่นกันแล้ว เพราะอาหารญี่ปุ่นเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากมาย
ดูได้จากห้างร้านต่างๆที่ผุดขึ้นมาอย่างม่ากมายทั้งแบบธรรมดา และแบบบุฟเฟ่ต์
ราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักหมื่นเลยก็มี สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว คงต้องหาที่กินที่อร่อย ประหยัด
และได้คุณภาพ วันนี้จึงมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นราคารเบาๆแบบสบายกระเป๋ากัน
1.ร้าน SUSHIOO ร้านนี้มีทั้งหมด 3 สาขา Mercury , The Street(รัชดา), Victoria
Garden(เพชรเกษม) เมนูที่เราจะมาแนะนำวันนี้คือ…ซูชิหน้าปลาไหล ด้วยรสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
หอมกลิ่นปลาไหลย่างถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของร้านคือซูชิ 1 คำจะเท่ากับซูชิ 2
คำวิธีซ้อนปลาลงบนข้าวปั้นอีกชั้นเป็น 1 คำจะมีปลา 2 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น
2. อร่อยจัง เทอริยากิ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังข้างทาง ด้วยเมนูอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัดแต่คุณภาพดี
แถมอร่อยถูกปากคนไทยจึงทำร้านนี้ เป็นร้านอาหารโปรดในดวงใจของใครหลายคน
โดยราคาอาหารร้านนี้เริ่มต้นที่ 38 บาทและยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายอีกด้วย
3. เป็นอีกร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดี สำหรับร้าน Sousaku มีเมนูหลากหลาย โดยเฉพาะ Negi Otoro
Jumbo ชิ้นโต พร้อมไข่ปลาอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีปลาดิบที่พลาดไม่ได้อย่าง Salmon-
Otoro Twist, Salmon Toro Aburi, Marugoban Toro Aburi ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 80 บาท
4.ร้าน ISAO
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท ซอย 31 เอกลักษณ์ของร้านนี้คือ เซตของข้าวปั้น, ซูชิ หรือปลาดิบ
คือสิ่งที่โดดเด่นของร้าน นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ทอดที่ราดด้วยซอสงาแบบญี่ปุ่น
ซึ่งที่เด็ดอยู่ที่ซอสงาสูตรลับที่ทางร้านพิถีพิถันในการปรุงแต่งเพื่อให้ ถูกปากลูกค้า
และยังเป็นเมนูยอดฮิตของทางร้านอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ราคาต่อจานตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ
ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารแล้ว
5. Yashima เป็นอีกหนึ่งร้านที่อาหารทำโดยคนญี่ปุ่นในราคาย่อมเยา ด้วยราคาเป็นมิตร พร้อมด้วยปริมาณ
และคุณภาพที่เกินราคา ทำให้ร้านยาชิมะมีลูกค้าอย่างหนาแน่น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาท
ส่วนใครชอบแซลมอนซาชิมิ ทางร้านก็มี ราคาเพียง 119 บาท
และมีอีกหลากหลายเมนูที่น่าลองแบบอร่อยและยังสบายกระเป๋าอีกด้วย
6.ไข่หวานบ้านซูชิ
ร้านซูซิราคาประหยัดเเต่มีความอร่อยไม่ประหยัด ร้านนี้ตั้งอยู่เมืองทอง ร้านนี้คือร้านที่เหล่าสาวกซูซิห้ามพลาด
มีหน้าให้เลือกหลากหลาย ราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ10-20บาทเท่านั้น
นอกจากซูซิเเล้วยังมีซาซิมิเเซลมอนเเล่คุณภาพดี ราคาเพียง 150 บาทเท่านั้น…

อุทยานแห่งชาติ น้ำตกปางสีดา สระแก้ว ที่จะพาคุณชุ่มฉ่ำไปทั้งวัน

อุทยานแห่งชาติ น้ำตกปางสีดา สระแก้ว ที่จะพาคุณชุ่มฉ่ำไปทั้งวัน

เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี อุทยานแห่งชาติน้ำตกปางสีดา ตั้งอยู่ในจังหวัดสระแก้วที่นี่เรียกได้ว่า
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สุดฮิตของชาวสระแก้วกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าชาวสระแก้วไม่มีใครที่ไม่รู้จัก
น้ำตกที่นี่เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของคนแถวนั้น ที่มาพักผ่อน
มาคลายร้อนเล่นน้ำในวันว่างๆ ที่นี่เหมาะแก่การพาครอบครัวมาพักร้อน หรือไม่ว่าจะพาแฟนมาสวีทกัน
สองต่อสองหวานๆ
เมื่อเราถึงแล้วก่อนที่จะเราจะลงไปเล่นน้ำด่านล่าง ด้านบนลานจอดรถ จะมี ศาลาให้นั่งพัก และมีห้องน้ำให้บริการ
สุขาหญิง สุขาชาย หรือจะนั่งกินข้าวกับครอบครัวที่หลายคนเตรียมมา
หรืออาจจะมาซื้อที่นี่โดยก่อนเข้ามาอุทยานบริเวณข้างถนนก็มีขายนะ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำไก่ย่าง ก๋วยเตี๋ยว ร้านขายขนม
และอีกเยอะแยะให้เลือกซื้อกัน รับรองเรื่องรสชาติไม่ผิดหวังแน่นอน
ในช่วงฤดูฝน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวค่อนข้างเยอะ ส่วนในฤดูแล้ง ผู้คนอาจจะไม่ค่อยมีเท่าไหร่นัก
เพราะมีน้ำค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก
ซึ่งในช่วงฤดูฝนจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนค่อนข้างมากเนื่องจากน้ำที่ไหลเย็นสบาย
ควบคู่ไปกับการชมเทศกาลผีเสื้อ ที่เต็มไปด้วยผีเสื้อมากกว่า 500 สายพันธุ์
เรียกได้ว่าเป็นแหล่งผีเสื้อที่เยอะที่สุดของภาคตะวันออกเลยก็ว่าได้
บรรดาช่างภาพมากมายหลายจังหวัดเดินทางมาที่นี่เพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ถึงนานๆจะมีที
แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้สัมผัสแล้วละก็ บอกได้เลยเวลาที่เสียไปคงไม่มีความหมาย

ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตำบล.ท่าแยก อ.เมือง จังหวัด.สระแก้ว…

“เกาะรอก” สวรรค์บนน้ำที่ไม่ว่าใครก็หลงไหล

“เกาะรอก” สวรรค์บนน้ำที่ไม่ว่าใครก็หลงไหล

“เกาะรอก” สามารถเชื่อมต่อทะเลตรัง สังเกตได้ง่ายๆ ลักษณะเป็นสองเกาะเล็กๆ ตั้งคู่กัน และเป็นเกาะที่มีหาดทราย
ยาวมากๆ เม็ดทราย ละเอียดนุ่มนวลทันทีที่สัมผัส
บรรยากาศการท่องเที่ยวของเกาะรอก เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ชื่นชอบการค้นหาอะไรใหม่ๆ ที่สวยงาม เงียบสงบ เรียบง่าย
หาดทรายที่สวยงาม น้ำทะเลตื้นและใสมากแนวปะการังที่อุดมไปด้วยดอกไม้ทะเลเป็นถิ่นอาศัย ของปลาการ์ตูนส้มเหลืองสี
สดใสที่ทุกคนชื่นชอบที่จุดชมทิวทัศน์ เกาะรอก นอกจะเห็นภาพของอ่าวโค้งคล้ายเกือกม้า สองด้านของอ่าว เป็นผาหินสูง
ชันเห็นทิวทัศน์ของเกาะรอกนอกและเกาะรอกในและ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง
จุดเด่นของหมู่เกาะรอก คือแนวปะการังรอบเกาะและตามร่องน้ำ ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน
มีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนอาศัยอยู่ มากมาย บริเวณที่ลึกยังพบปะการังอ่อน แต่มีจำนวนไม่มากนัก
เกาะรอกจึงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น ปะการัง ด้านตะวันออกของเกาะเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์
ทั้งปะการัง เขากวาง ปะการังสมอง ปะการังแผ่น ดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูน หลากสีสัน นอกจากนี้ยังมีรายงาน การพบ
ฉลามวาฬบริเวณหินม่วง หินแดง น่านน้ำบริเวณรอบนอกของเกาะรอก อยู่บ่อยครั้ง
ทำให้นักดำน้ำใฝ่ฝันที่จะมาสัมผัสอย่างใกล้ชิด
จุดดำน้ำที่สำคัญของเกาะรอกอยู่ที่ชายหาดด้านหน้าเกาะรอกนอกและบนเกาะรอกใน บริเวณ
ร่องน้ำระหว่างเกาะยาวไปตลอดจนถึงทะเลหน้าหาดศาลเจ้า สองแห่งนี้เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงาม

นอกจากนี้ใน ยามเย็นยังสามารถชมความงามของแสงสุดท้ายของวันได้ที่บริเวณอ่าวหาดหินงาม ส่วนภาพอาทิตย์ขึ้นนั้น
เพียงคุณตื่นเช้าสักนิด ก็จะพบกับแสงแรกของวันที่บริเวณหน้าเต็นท์กันเลยทีเดียว…

4 สถานที่เที่ยวเมืองปายที่จะทำให้คุณหลงรักปายมากขึ้น

4 สถานที่เที่ยวเมืองปายที่จะทำให้คุณหลงรักปายมากขึ้น

 

ปาย ชื่อนี้หลายคนคงนึกถึงเมืองถึงฤดูหนาวที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเมืองเหนือ ซึ่งที่นี่จะทำให้คุณมีความสุขกับธรรมชาติ และบรรยากาศของหน้าหนาวอย่างแน่นอน เราจึงขอแนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดหากคุณไปไปเยือนปาย

  1. กองแลน ปาย แคนยอน

สำหรับสถานที่แห่งนี้จริงๆต้องบอกว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัแพะเมืองผี โดยมันตั้งอยู่ในเขตบ้านร้องเหย่ง ซึ่งอยูห่างจากอำเภอ 7 กิโลเมตร โดยการเดินทางไปที่นี่เราสามารถที่จะวิ่งรถจากถนนหลวง 1095 ตรงยาวถึงหลักกิโลเมตร 88 จะตั้งอยู่ขวามือ โดยเมื่อถึงแล้วจะต้องเดินบุกป่าฝ่าดงเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร กว่าจะถึง สำหรับลักษณะของกองแลนนั้นเป็นดินที่ถูกกัดเซาะจนเป็นร่องเป็นหลุมบ่อต่างๆมีความกว้างถึง 5 ไร่ และเหมาะที่จะมาท่องเที่ยได้ในทุกเทศกาลอีกด้วย และด้วยลักษณะนี้จึงทำให้มันได้ชื่อว่า ปาย แคนยอยนั่นเอง

2.โป่งน้ำร้อนไทรงาม

โป่งน้ำร้อนไทรงาม

นั้นคือแก่งน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีลักษณะที่เหมือนน้ำตกขนาดย่อมๆน้ำมีสีที่ใสน่าเล่นอีกทั้งความร้อนนั้นมีอุณหภูมิที่ระดับที่คนสามารถลงไปแช่ได้อย่างสบายๆ โดยมันถูกตั้งอยู่ห่างจากแม่ฮ่องสอนประมาณ 12 กิโลเมตร และเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ

  1. สะพานประวัติศาสตร์ ปาย

สะพานประวัติศาสตร์ ปาย

ต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปายไปแล้ว โดยเป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุเหล็กทั้งดุ้น ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองโดยใช้ทหารญี่ปุ่นมาเป็นแรงงานก่อสร้างด้วยความเก่าแก่ที่มีอายุเกือบหลักร้อยปีทำให้มีความเก่าแก่ และให้อารมณ์วินเทจสำหรับผู้ที่มาเที่ยวสะพานแห่งนี้ และเป็นอีกจุดหนึ่งที่คนรักการถ่ายภาพไม่ควรพลาดที่จะมาเยือน

  1. Love Strawberry

Love Strawberry แค่ชื่อก็พอจะทำให้หลายคนฟินอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีสตอร์เบอรี่ปลอดสารพิษให้เราได้ทานกัน นอกจากนี้ยังมีสตอร์เบอรรี่ลูกยักษ์ให้คุณได้ตื่นตากับความใหญ่ของมัน และได้ถ่ายรูปสวยๆเก็บไปอวดเพื่อนได้อีกด้วย ซึ่งไฮไลท์สำคัญแน่นอนว่าเป็นการได้ลองกินผลสตอร์เยอรี่แบบสดๆเด็ดจากต้นที่จะมีความชุ่มชื้น และมีความหวานหอมอร่อยมากกว่าตามที่ขายตลาดผลไในั่นเพราะมันมีความสดมากๆนั่นเองนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้สายแอดเวอร์เจอร์ได้มันส์ไปกับการแข่งรถเอทีวีรวมไปถึงการโหนสลิงที่เป็นเครื่องเล่นที่เปิดบริการให้เราได้เปิดประสบการณ์ความเสียวที่มันจะเหวี่ยงคุณลอยอยู่ในอากาศอีกด้วย

  1. ม่อนหยุนไหล

ม่อนหยุนไหล ชื่อเหมือนจีนไปสักหน่อย แต่ที่นี่คือจุดชมวิวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้ และทำให้คุณได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบายมีทะเลหมอกยามเช้าให้ได้ชมรวมถึงมีศาลาให้เราได้นั่งชมวิวสบายๆอีกด้วย…