Archive กันยายน 2018

3 ที่พักไทเป-ไต้หวันใกล้แนวรถไฟฟ้าราคาไม่แพงแถมคุ้มค่าเกินราคา

3 ที่พักไทเป-ไต้หวันใกล้แนวรถไฟฟ้าราคาไม่แพงแถมคุ้มค่าเกินราคา

คงจะดีไม่น้อยหากเราไปเที่ยวยังต่างแดนแล้วสามารถหาที่พักใกล้กับแนวรถไฟฟ้าได้
นั่นเพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเจอในต่างแดนคือการหลงทาง ซึ่งจะนั่งรถแท็กซี่ราคาก็แพง
และอาจทำให้งบการเที่ยวของคุณในครั้งนั้นบานปลายไปไกลจนผิดแผน
ซึ่งการได้ที่พักใกล้รถไฟฟ้ายังหลีกเลี่ยงการจราจรอันแน่นในเมืองต่างๆได้ดีอีกด้วย และนี่คือ 3 โรงแรมที่พักน่าเข้าพักในไทเปที่เราอยากมาแนะนำให้คุณได้ชมกัน

ซันไรส์ บิสซิเนส โฮเต็ล
สำหรับ ซันไรส์ บิสซิเนส โฮเต็ล จัดเป็นโรงแรมขนาดกลางโดยมีห้องเปิดให้บริการมากถึง 48
ห้องเลยทีเดียว ซึ่งตัวของห้องเองมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตามาตรฐานไม่เล้ก
และไม่ใหญ่จนเกินไปแถมยังสะอาดไม่สกปรกอีกทั้งการตกแต่งยังให้ความสวยงามดูน่าเข้าพักอย่างมาก
ส่วนเรื่องของการเดินทางก็เพียงนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีหลักไทเปเดินออกมาทางออก Z10
และเลี้ยวขวามาอีกประมาณ 100-150 เมตรก็จะเจอซันไรส์ บิสซิเนส โฮเต็ล ตั้งตระหว่างอยู่
นอกจากนี้โณงแรมยังติดกับร้านสะดวกแฟมิลี่มาร์ทอีกด้วยทำให้ไม่ต้องกังวลแม้จะเกิดความหิวยามดึกส่วนราคาค่าเข้าพักก็เริ่มต้นที่ 2000 ต่อคืน

รอยัล ซีซัน ไทเป นานจิง
มาต่อกันโรงแรมที่สองกับรอยัล ซีซัน ไทเป
นานจิงขนาดของโรงแรมนี้ใหญ่ทีเดียวมีห้องพักเปิดบริการมากกว่าร้อยห้องราคาตกประมาณ 3000บาทต่อคืน
สำหรับโรงแรมแห่งนี้มีความโดดเด่นอย่างมากในการตกแต่ง
โดยดีไซน์การออกแบบไปทางยุโรปที่มีเฟอร์นิเจอร์สวยงามตามแบบฉบับตะวันตกแถมเตียงในห้องพักแต่ละห้องก็ใหญ่
และดูสวยงามเรียกได้ว่าใครที่เป็นคนนอนดิ้นไม่ต้องห่วงเรื่องตกเตียงกันเลยทีเดียวนอกากนี้ยังมีบริการอื่นๆ
อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นห้องฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันแถมห้องรับประทานอาหารก็ดูหรูหราสุดๆ
และมีคสามเป็นครัวยุโรปอย่างมาก ซึ่งการมาพักที่นี่จะสร้างความประทับใจให้คุณได้อย่างแน่นอน

หนีห่าว แอท ไทเป
จัดเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่จัดการพื้นที่ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่าและสวยงามอย่างมากสำหรับโรงแรมหนีห่าว
แอท ไทเป โดยการมาที่นี่เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีไทเปออกทางเดิน M3 ระยะทางแค่ 50
เมตรเดินต่อมาก็จะถึงโรงแรมหนีห่าว แอท
ไทเปหาได้ไม่ยากแถมความต้องการพื้นฐานที่นี่เขามีบริการให้ครบไม่ว่าจะเป็นไวไฟฟรีหรือห้อวรับรอง
ต่างๆก็มีเพียบแถมห้องพักด้านในถูกออกแบบให้มีโซนนั่งชิลๆอีกทั้งเตียงยังพิเศษไม่เหมือนที่อื่นเพราะเป็นเตียงสองชั้นนั่นเอง…

3 ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปเยือนสักครั้ง

3 ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปเยือนสักครั้ง

ใกล้ถึงปลายปีเข้าไปทุกที ซึ่งเปรียบเสมือนเทศกาลท่องเที่ยวครั้งใหญ่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
และเชื่อว่าหลายคนเตรียมพร้อมที่จะเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆอย่างใจจดใจจ่อ
แต่หากคุณเบื่อการเที่ยวในประเทศ
และอยากเปลี่ยนบรรยากาศลองไปเยือนต่างแดนสักครั้งในปลายปีนี้ก็ถือเป็นความคิดที่ดี
และท้าทายไม่น้อย ซึงเราจะขอแนะนำ 3
ประเทศน่าท่องเที่ยวมาให้ได้ดูกันเผื่อจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ชิลี
เริ่มกันที่แรกอย่างชิลีที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งดินแดนในละตินอมเริกาที่มีสถานที่สวยงามมากมายกระจายอยู่ทั่
วประเทศยิ่งไปกว่านั้นยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่โอบล้อมประเทศไว้เมื่อภูมิประเทศของชิลีนั้นถูกล้อมไปด้
วยธรรมชาติอย่างเดียวถึง 4
ด้านเลยทีเดียวแถมยังเป็นธรรมชาติที่งดงามเสียด้วยเพราะฝั่งตะวันออกนั้นติดกับเทิอกเขาแอนดีส
ส่วนตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิค ส่วนทางเหนือติดทะเลทรายอาตากามา และทิศใต้ติดพาทาโกเนีย
ซึ่งเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ด้วยภูมิประเทศแบบนี้ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือน
เป็นจำนวนมากนอกจากนี้ภายในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นวิถีชีวิตผู้คนรวมไปถึงได้ชิมอาหารพื้นเมืองอีก
ด้วย
โปรตุเกส
นี่คือหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยความงดงามจากธรรมชาติรวมถึงสถาปัตยกรรมที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเล
ยทีเดียว
โดยที่นี่ถือเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมของโลกนั่นทำให้โปรตุ
เกสเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโลก
ซึ่งหากใครได้ไปเยือนจะสามารถเห็นโบราณสถานได้ตามสถานที่ต่างๆทั่วไปหลายแห่งเลยทีเดียวแถมอ
าหารที่นั่นรสชาติยอดเยี่ยมน่าจะถูกปากใครหลายคนที่สำคัญหากไปช่วงเทศกาลคริสมาสต์หรือปีใหม่คุ
ณอาจได้เฉลิมฉลองท่ามกลางต้นคริสมาสต์ยักษ์
ซึ่งที่นี่เขามีการจัดงานยิ่งใหญ่ในทุกปีจนทำให้มีนักท่องเที่ยวเลือกโปรตุเกสเป็นประเทศน่าเที่ยวไม่น้อยใ
นช่วงสิ้นปีอันใกล้จะถึงนี้
จิบูติ
หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าชื่อนี้มันเป็นประเทศหรือเปล่า และตั้งอยู่ที่ไหนทำไมถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
และที่นั่นมีอะไรบ้าง สำหรับจิบูติเป็นประเทศขนาดเล็กมากๆที่อยู่ติดกับเอธิโอเปีย
และประเทศโซมาเลียด้วยขนาดประเทศที่เบ็ก
และตั้งอยู่ในแอฟริกาดินแดนที่มีประเทศน้อยใหญ่มากมายจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะไม่เคยได้ยินชื่อปร
ะเทศนี้มาก่อนยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมีภูมิประเทศที่ดูแปลกตาอย่างทะเลทรายทั่วโลกจะเป็นสีน้ำตาลหรือออ
กแดงๆบ้างทว่าจิบูติกลับมีสีขาวโลพนจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี…

แนะนำ 2 ห้างดังที่เปรียบเหมือนสวรรค์ของคนทำงาน

แนะนำ 2 ห้างดังที่เปรียบเหมือนสวรรค์ของคนทำงาน

ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมายที่มักนิยมไปนั่งทำงานกันตามร้านกาแฟต่างๆ
ซึ่งเป็นภาพที่สามารถพบเห็นได้จนชินตา
แม้จะมีคนบางกลุ่มไม่เข้าใจถึงลักษณะการทำงานดังกล่าวพร้อมมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าคนอื่นๆที่ต้อง
การมาซื้อกาแฟจริงๆไม่มีที่ให้นั่งหรือไม่ได้รับการบริการที่ดีพอ
แต่ในความเป็นจริงทางร้านกาแฟบางแห่งเต็มใจที่จะเปิดให้บริการกลุ่มลูกค้าโคเวิร์คกิ้ง
ซึ่งในทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงร้านกาแฟเท่านั้นหากแต่รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่เปลี่ยนโฉมการทำ
ธุรกิจห้างแบบใหม่ให้กลายเป็นห้างที่มีพื้นที่สำหรับโคเวิร์คกิ้งในพื้นที่ของห้าง เราจึงขอหยิบ 2
ห้างดังที่ตรงกับประเภทที่เรากล่าวถึงมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน

เดอะ สตรีท รัชดา
หากใครเคยไปรับรองได้ว่าต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน หากมองในภาพอื่น เดอะ สตรีท รัชดา
ถือเป็นหนึ่งในห้างที่โดดเด่นเรื่องอาหารการกิน
เพราะที่นี่มีร้านอาหารมากมายหลายแบรนด์รวบรวมมาไว้ในที่เดียวไม่ว่าจะเป็นฟาสฟู้ดส์ ชาบู
ผิ้งย่างก็ล้วนมีครบ นอกจากร้านอาหารแล้วยังมีร้านกาแฟ และคาเฟ่ต่างๆอีกด้วย
นอกจากนี้ด้านล่างของห้างก็มีฟูดแลนด์ที่รวมอาหารหลากหลายชาติให้ได้ซื้อกันที่สำคัญยังมีร้านคราฟเบียร์ยอดฮิต
มาเปิดบริการด้านล่างด้วยจึงไม่แปลกที่จะทำให้ห้างนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในย่านรัชดา
จนมีผู้คนเข้ามาใช้บริการมากมาย และอีกหนึ่งจึดเด่นมากที่สุดคือมีร้านบางแห่งเปิดบริการ 24ชั่วโมงรวมไปถึงฟิตเนสที่อยู่ในนั้นด้วย
และด้วยเหตุนี้ทำให้ เดอะ สตรีท กลายเป็นจุดศูนย์รวมของคนทำงาน โดยนอกจากร้านกาแฟอย่างสตาร์บัค จะมีให้บริการ และมีปลั๊กไว้ให้ใช้งานแล้วทางด้านนอกร้าน
ซึ่งเป็นพื้นที่ของห้างเองก็มีพื้นที่สำหรับโคเวิร์คกิ้งเช่นเดียวกัน
โดยจะมีการจัดเป็นโซนล็อคแต่ละล็อคให้บริการกระจายกันไปในพื้นที่ของห้างแต่ละชั้น
ซึ่งแน่นอนว่าทุกที่เปิดให้บริการฟรีแถมยังมีบริการไวไฟอีกด้วย แต่ใครที่ต้องการใช้จะต้องซื้อตั๋วมีราคา
60 บาท และ 120 ซึ่งจะมีระยะเวลาใช้งานที่ยาวนานต่างกัน

สยามดิสโคฟเวอรี่
ถือเป็นห้างที่เปิดใหม่มาเมื่อปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สยามดิสโคฟเวอรรี่ได้มีการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่
ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการอีกด้วยด้วยโฉมใหม่ที่สวยงามกว่าเดิมตั้งแต่ภายนอกยันภายใน
โดยสยามดิสโคฟเวอรี่จัดเป็น้างที่เปรียบเสมือนแหล่งรวมสินค้าแฟชั่น
เพราะในแต่ละชั้นเต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้ามากมายหลากหลายแบรนด์
ขณะเดียวกันยังเป็นห้างที่เหมาะสำหรับคนที่นิยมการฟังเพลง เพราะที่นี่เขามีชั้นที่จำหน่ายหูฟัง
และลำโพงต่างๆยี่ห้อดังมากมายรวมอยู่ที่เดียวเช่นเดียวกับโซนโคเวิร์คกิ้งที่มีกระจายอยู่หลายพื้นที่ในห้าง
แต่หากใครที่ชื่นชอบใช้บริการของร้านกาแฟมากกว่าที่นี่เขาก็มีเช่นกันอย่างเช่นาร์ บัค
หรือจะเปลี่ยนไปนั่งโซนร้ายอาหารด้านบนก็มีเปิดให้บริการเช่นเดียวกัน…

เที่ยว ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย ปลายทางของสายบุญ

เที่ยว ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย ปลายทางของสายบุญ

จังหวัดเชียงราย เหนือสุดแดนสยาม ยังคงเป็นจังหวัดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยว
เพราะจังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยว มีธรรมชาติที่รอให้กับคนที่รักการเดินทางมาสัมผัสยิ่งการเดินทางทุกวันนี้ง่าย
และสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะ ค่าเครื่องบินก็ถูกแสนถูก เมื่อมีโปรโมชั่นมาราคาถูกกว่ารถทัวร์
แต่เวลาปกติก็ถือว่าไม่ได้แพงจนเกินเหตุทำให้จังหวัดเชียงราย กลายเป็นสถานที่ยอดฮิต ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
และหากว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวสายบุญที่ชื่นชอบการเข้าวัดและทำบุญ ที่เชียงรายมีวัดมากมาย
แต่เราอยากที่จะแนะนำให้รู้จักกับ ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน
ไร่เชิญตะวันอยู่ที่ห้วยสักซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมาก ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 19 กิโลเมตร
ซึ่งในการเดินทางในต่างจังวหัดนั้นใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีเท่านั้น เพราะว่าถนนโล่งรถไม่ได้ติดเหมือนอย่างที่บ้านของเรา
ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวันแห่งนี้ เป็นของของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือว.วชิรเมธี พระนักคิด นักเขียน
นักเทศน์และพัฒนาสังคมชื่อดัง ที่หลายคนรู้จักกันดี
สำหรับไร่เชิญตะวันนี้ พื้นที่ของไร่แต่เดิมมานั้นเป็นเพียงสวนลิ้นจี่ เป็นที่ดินของลูกศิษย์ของท่านว.วชิรเมธี
ซึ่งได้ซื้อเป็นเจ้าของเอาไว้นานมากแล้ว แต่เหมือนฟ้ากำหนด ในเวลาต่อมา พ.ศ. 2545 ท่านว.วชิรเมธีได้เริ่มมาปฏิบัติธรรม
ปักกลด ปลีกวิเวกอยู่ที่บนเขาที่อยู่ใกล้ๆกับไร่เชิญตะวันทุกเดือนนับตั้งแต่ที่ท่านว.วชิรเมธีได้จบเปรียญธรรม 9
ซึ่งบนเขาที่ท่านได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในตอนนั้นก็ยังมีผู้คน สามารถเข้ามาถึงกันได้ง่ายแต่ไม่ได้มาเพื่อศึกษาธรรมะ
หรือปฏิบัติธรรมะแต่อย่างใด เป็นแต่ชาวบ้านธรรมดาที่อยากมาขอหวยขอเลขกับท่าน ซึ่งไม่ใช่จุดประสงค์ที่ท่านต้องการ
และทำให้ยังไม่เกิดความสงบอย่างที่ตั้งใจ
ภายในบริเวณบ้านเต็มไปด้วยธรรมชาติ บรรยากาศร่มเย็นสบาย โดยในบริเวณไร่เชิญตะวันประกอบไปด้วยบนเนื้อที่กว่า
๑๗๐ ไร่ ทิศเหนือติด ทุ่งนา ทิศใต้ติดอ่างเก็บน้ำห้วยสัก ทิศตะวันออกติดอ่างเก็บน้ำห้วยสัก ทิศตะวันตกติดถนนของชุมชน
ซึ่งไร่เชิญตะวัน ออกแบบทุกอย่างให้เอื้อกับการปฏิบัติทาน ๒ มือ ถือศีล ๘ งดใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสารทุกชนิด
ไม่ใช่แค่ความสงบแค่ยังมีความสวยงามซึ่งทุกๆคนที่ไปสัมผัสจะรู้สึกได้ถึงสิ่งเหล่านี้
จนหลายคนอยากที่จะเดินทางไปที่ไร่เชิญตะวันแห่งนี้กันอีก ซึ่งที่ไร่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกๆท่านและยิ่งเป็นหน้าหนาว
อากาศจะดีแบบสุดๆนอกจากจะได้ความสบายใจทางกาย ปอดยังได้รับอากาศบริสุทธิ์เป็นพลังงานในการใช้ชีวิตต่อไปอีกด้วย…

3 สุดยอดที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

3 สุดยอดที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

แน่นอนว่า จีน เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจเบอร์ต้นๆของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จมากมายในหลายหลายแง่ ที่สำคัญ ยังมีประชากรมากที่สุดในโลก ท่ามกลางข้อมูลดังกล่าว
ยิ่งแสดงให้เห็นว่า จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ 3 สถานที่ท่องแห่ง
แดนมังกร ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไป
เริ่มจาก The Great Wall หรือรู้จักกันในชื่อ กำแพงเมืองจีน เป็นสถานที่ ที่เชื่อว่าคนทั่วโลกต้องรู้จัก
เพราะนอกจากเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังมีอะไรที่น่าค้นหา โดยจุดเด่นของที่นี่ เป็นกำแพง
ที่มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร ก่อนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้
ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันชนเผ่าทางตอนเหนือ
ที่อาจเข้ามารุกรายในสมัยนั้น ที่สำคัญ ที่นี่ ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
ต่อมาเป็น Karst Mountains ที่ตั้งอยู่ในเมืองหยาวโจว โดยจุดเด่นของที่นี่
จะมีภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน รวมถึงระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยที่สุดแห่งนี้
ที่สำคัญ หากมาที่นี่ ยังสามารถมองเห็น หยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง กุ้ยหลิน
ที่ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ พระราชวังโปตาลา เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดและอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยตั้งอยู่ ณ
กรุงลาซา บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งปราสาทแห่งนี้มีลักษณะของวันซ้อนวัง สร้างเสร็จในปี 1648 ปัจจุบัน
กลายเป็น พิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวโปตาลา…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มส้มปลาตะเพียน

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มส้มปลาตะเพียน

ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเขียนไว้ตอนหนึ่งว่าในสมัยของพระเจ้าท้ายสระ
ซึ่งทรงครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเสือ ระหว่างปี พ.ศ. 2251-2275นั้น พระองค์ทรงโปรดเสวยปลาตะเพียนอย่างมาก
มากขนาดที่ว่า พระเจ้าท้ายสระถึงกับออกกฎมณเฑียรบาลว่า
“ห้ามราษฎรจับปลาตะเพียนในแม่น้ำลำคลองทั่วพระราชอาณาจักรมากินอย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องปรับโทษสินไหมเป็นเงิน 5 ตำลึง
ขณะเดียวกัน ปลาตะเพียนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์
การทำปลาตะเพียนสานจึงเป็นงานหัตถกรรมที่อยู่คู่กับสังคมมาตั้ง
แต่สมัยอยุธยา ก่อนจะได้รับการดัดแปลงเป็น ปลาตะเพียนสานเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน ตามแนวคิดของ หลวงโยธาฯ
ข้าราชการเกษียณในรัชกาลที่ 5 โดยหนึ่งในเมนูปลาตะเพียนที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทย
และถือเป็นอาหารโบราณคือ ต้มส้มปลาตะเพียนซึ่งจะพิถีพิถันตั้งแต่การทำปลา ไล่จากขอดเกล็ด, ควักไส้, ผ่าท้อง,
นำไปล้างให้สะอาด แล้วค่อยบั้งถี่ๆ เพื่อกันก้างส่วนการทำเครื่องต้มส้ม เริ่มจากนำ ขิง กับ หอมแดง
ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไปโขลกกับเกลือให้ละเอียด จากนั้นจึงใส่ กะปิ ตามไปลง แล้วโขลกให้เข้ากันอีกรอบ ที่เหลือก็พักทิ้งไว้
ไปจัดการหั่นขิงแล้วซอยเป็นเส้นเล็กๆ เช่นเดียวกับต้นหอมที่ตัดรากทิ้งพร้อมหั่นเป็นท่อนสั้นๆ
เมื่อเครื่องและวัตถุดิบพร้อม มาเริ่มต้มน้ำกันต่อรอให้น้ำเดือดก็จัดการใส่ มะดัน ที่ล้างเตรียมไว้ลงไป
รอจนกว่ามะดันจะสุกจึงค่อยตักมะดันออกพักไว้วิธีดูว่ามะดันสุกหรือไม่ก็ไม่ยาก แค่เอาช้อนทิ่มลงไปหากแหลกเป็นอันใช้ได้
หลังจากนั้นก็เริ่มกรรมวิธีการทำ ต้มส้มปลาตะเพียนเริ่มจากรอน้ำที่ใช้ต้มมะดันเดือด ตักน้ำสัก 1 ทัพพี
ใส่ลงไปในครกที่เราโขลกเครื่องทิ้งไว้คนให้เครื่องต้มส้มกระจายตัวเข้ากับน้ำดี ไม่เป็นก้อน
ค่อยตักเครื่องต้มส้มใส่ลงไปในหม้อที่เหลือแค่ทำการปรุงรสด้วยเนื้อมะดัน หรือ น้ำมะขามเปียก
หรือ น้ำส้มสายชู) แล้วแต่ชอบ รวมถึง น้ำตาลปี๊บ และ เกลือป่นใช้ทัพพีคนจนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด หากรสชาติออกเปรี้ยว
หวาน เค็ม หอมเครื่อง นั่นแหละ น้ำต้มส้มปลาตะเพียนขั้นตอนสุดท้ายแค่ใส่ ขิงซอย ลงไปต้มด้วยไฟอ่อนสัก 5
นาที แล้วค่อยๆ หย่อน ปลาตะเพียน ลงไปในขณะที่น้ำเดือดต้มต่อไปจนกระทั่งปลาสุกดี ค่อยใส่ต้นหอมลงไปคนให้กระจายตัว
ปิดฝาหม้อทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดไฟได้เลยเรียบร้อยโรงเรียนอาหารไทยกับ ต้มส้มปลาตะเพียน
ที่ครบเครื่องไปด้วยสมุนไพรไทย ตักเสิร์ฟทานกับข้าวสวยร้อนๆรับรองอร่อยเหาะ แถมสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์นี่แหละเสน่ห์ของอาหารไทย ใครทำก็อร่อย…

ลพบุรี มีอะไรกว่าที่คุณคิด

แน่นอนว่า หากพูดถึง ลพบุรี อาจจะเป็นจังหวัดที่ไม่ได้โด่งดังอะไรมากนัก แต่จริงๆแล้ว เมืองวานร แห่งนี้
ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดภาคกลางที่น่าสนใจ ที่สำคัญ ด้วยระยะทางที่ห่างจากกรุงเทพ เพียงแค่ 150 กิโลเมตรเท่านั้น
ก็ทำให้ จังหวัดแห่งนี้ เหมาะกับการเดินทางมาพักผ่อนช่วงสั้นๆ หรือ ไปกลับ ว่าแต่ ลพบุรี แห่งนี้
มีสถานที่แห่งหนใดน่าไปเชยชมกันบ้าง นี่คือ 3 สถานที่ ที่เราคัดมาเน้นๆ โดยเฉพาะ
เริ่มจาก

ศาลพระกาฬ

โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลพบุรี
อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีจุดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
ภายในประดิษฐานเจ้าพ่อพระกาฬ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเทวรูปพระนารายณ์ยืน ก่อร่างสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง 2 องค์
ขณะเดียวกัน บริเวณรอบๆ ยังปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชาติ ที่รมรื่น เป็นที่อยู่อาศัยของลิง
จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด ลพบุรี จนถึงทุกวันนี้
ต่อมาเป็น

พระปรางค์สามยอด

โดยสถานที่แห่งนี้ เป็นหนึ่งในแแหล่งทองเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่ จังหวัดลพบุรี แต่ยังรวมถึงประเทศไทยด้วย
มีความโดดเด่นในลักษณะทางสถาปัตยกรรมปราสาทเขมร แบบในศิลปะบายน ว่ากันว่า
ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งหากใครเดินทางมา ลพบุรี ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาอย่างยิ่ง
ต่อด้วย

สวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง

ตั้งอยู่ภายใต้ตำบลท่าดินดำ
แม้ว่าภายในน้ำตกจะมีขนาดไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก แต่ก็มีความสวยงามพอสมควร ไม่แพ้น้ำตกจากที่อื่นๆ ที่สำคัญ
ยังมีน้ำไหลตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำได้ทุกฤดูกาล อีกทั้ง
ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รมรื่นแบบสุดๆ อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ เขื่อนป่าสักชลบสิทธิ์ โดยตั้งอยู่ภายในบ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม ว่ากันว่า
ที่แห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากประโยบน์สำหรับการใช้กักเก็บน้ำเพื่อในเชิงเกษตรกรแล้ว
สถานที่แห่งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดดเด่นในแง่ธรรมชาติ ที่มีจุดชมวิวริมอ่างเก็บน้ำ และ
ยังมีพิพิธภัณฑ์ ล้วนแต่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่ขาดสาย แถมยังมี บ้านพักรับรอง และ ลานกางเต็นท์
เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่อีกด้วย

บุกเยือน 3 ร้านอาหารดังประจำท่าเรือมหาราช

บุกเยือน 3 ร้านอาหารดังประจำท่าเรือมหาราช

ท่าเรือมหาราชในปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในแลนมาร์คสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย
หลังได้มีการปรับปรุง และสร้างท่าเรือขึ้นมาใหม่จนดูมีความสวยงาม
และสามารถมองเห็นสะดุดตาได้แต่ไกลทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาแวะที่ท่าน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ท่ามหาราชกลายที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวนั่นคือบรรดาร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ
นั้นมีอยู่มากมาย เราจึงขอพอคุณไปรู้จักกับ 3 ร้านเด่นที่สุดในท่าเรือมหาราชที่อาจทำให้คุณอยากจะออกไปนั่งเรือเพื่อไปลองรสชาติซะตอนนี้เลย

รสนิยม
ร้านแรกได้แก่ร้านรสนิยมเดิมทีต้องบอกว่าร้านแห่งนี้ถือเป้นร้านใหญ่ที่มีสาขามากมายกระจายไปทั่วกรุง
เทพฯ ซึ่งท่าเร อมหาราชก็เป็นอีกจุดที่มาเปิดให้บริการกันที่นี่
โดยรสนิยมนั้นจำหน่ายอาหารไทยแท้ดั้งเดิมที่รสชาติของอาหารทุกชนิดล้วนอิงจากต้นฉบับทั้งนั้น
ซึ่งมีเกือบทุกเมนูที่เป็นอาหารสัญชาติไทยกันเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีอาหารอย่างก๋วยจั๊บที่มีรสชาติเป็น
เอกลักษณ์จากเส้นที่เหนียวนุ่มกว่าเจ้าอื่นๆ
และน้ำซุปที่ส่งกลิ่มหอมชวนน่ารับประทานที่สคัญร้านแห่งนี้จัดว่าบรรยากาศน่านั่งสุดๆเพราะติดริมน้ำ
สามารถนั่งกินไปชมแม่น้ำเจ้าพระยาไปได้ด้วย ส่วนราคานั้นก็ไม่แพงเลย
หากใครของทานอาหารไทยรับรองมาที่นี่ไม่มีผิดหวังแน่นอน

คุณทอง
ต่อกันที่ร้านสองกับคุณทอง โดยร้านแห่งนี้จำหน่ายอาหารประเภทขนมหรือที่เรียกว่าพัฟฟ์สติ๊ก
โดยเดิมทีนี่ถือเป็นอีกร้านที่มีสาขากระจายอยู่มากมายในเมืองหลวง
สำหรับร้านคุณทองแน่นอนว่าสิ่งที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือพัฟฟ์สติ๊กที่มีรสชาติหลากหลาย
โดยมีหลายไส้ให้เลือกรับประทาน
ส่วนสิ่งที่ทำให้คนติดใจนั่นเพราะเนื้อแป้งกรอบนอกนุ่มในทานง่ายแถมยิ่งเวลาเพิ่งออกจากเตายังส่งกลิ่น
หอมเป็นอย่างมาก ซึ่งที่นี่เขาก็มีไส้แนะนำด้วยเผื่อใครเลือกไม่ถูกว่าจะลองรสไหน โดยมีรสดั้งเดิม
ไส้ไก่เผ็ด ไส้ชีส และปาปริก้าแล้วแต่คนชอบ ส่วนเรื่อของราคาต้องบอกว่าถูกแสนถูก
เพราะขายเพียงชิ้นละ 25 บาทเท่านั้นเอง

แกรม
ร้านต่อมาจัดเป็นหนึ่งในร้านที่ขายดีที่สุดในท่าเรือมหาราชเลยก็ว่าได้กับร้านอาหารแกรม
โดยออกแนวคาเฟ่ที่สร้างบรรยากาศของร้านเป็นเอาท์ดอร์แถมยังมีเมนูให้เลือกมากมายหลายชาติไล่ตั้ง
แต่เมนูเบรกฟาสที่เน้นไปที่การใช้วัตถุดิบอย่างไข่มาปรุงอาหารที่แบ่งแยกย่อยไปได้อีกหลายเมนูหรือ
จะเป็นเครื่องดื่มเบเกรรี่ที่นี่เขาก็ทำออกมาได้รสชาติติดปากนักท่องเที่ยวกันอย่างมาก…

เที่ยวเกาะภูเก็ต ไปที่ไหนดี? ตอนที่ 1

เที่ยวเกาะภูเก็ต ไปที่ไหนดี? ตอนที่ 1

ภูเก็ต ดินแดนสวรรค์ที่ไม่เคยเงียบเหงานอกจากทะเลที่สวยงามติดอันดับโลก
ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกที่เข้ามาเที่ยวชมความงามเมืองภูเก็ตยังเต็มไปวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม
อาหารการกินที่หลากหลายรวมถึงไปสถานที่ท่องเที่ยวที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเก่าที่น่า
ประทับใจมากมาย ปัจจุบันการเดินทางก็ไม่ใช่เรื่องยากไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ
ต่อเรือก็สามารถเดินทางมายังเกาะภูเก็ตได้อย่างง่ายดาย
แต่เมือได้มาเยี่ยมเยือนเมืองภูเก็ตแล้วจะไปเที่ยวที่ไหนดีนั้น
ลองมาดูสถานที่เหล่านี้เพื่อประกอบการตัดสินใจกันดีกว่าค่ะ

1. ย่านเมืองเก่าตึกแถวโบราณ อาคารชิโน-โปรตุกีส
ด้วยเสน่ห์ของตัวอาคารที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5ตกแต่งด้านหน้าอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอย่างสวยงาม
มีร้านขายผ้าปาเต๊ะ ผ้าลูกไม้ ร้านกาแฟ โรตีมะตะบะและอีกมากมายให้แวะกันอย่างจุใจ
นอกจากนี้ยังสามารถเดินชมซุ้มโค้งแบบโรมัน บานหน้าต่างช่องแสงลวดลายเรขาคณิตยุคอาร์ตเดโคสุดสวย ฯลฯ
แนะนำให้ลองแวะซอยรมณีย์ที่อดีตเคยเป็นซอยบันเทิง
ซึ่งปัจจุบันถูกตกแต่งด้วยสีสันสวยงามน่าถ่ายรูปสุด ๆ ต่อด้วยอังมอเหลา"
คฤหาสน์แบบนีโอคลาสสิก เรอเนสซองส์ ของตระกูลนายเหมืองเก่า
ปิดท้ายด้วยแวะเก็บภาพที่สถานที่ยอดฮิตอย่าง
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดศูนย์รวมข่าวพรหมเทพและโรงแรมออนออนรับรองว่าคุณจะหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง

2. พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว
ตึกเก่าสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน อดีตโรงเรียนจีนเก่าแก่
ภายในเป็นแหล่งรวมเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาพักพิงอยู่ในเขตตลาด มีการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจทั้งสิ้น 14 ห้อง
โดยแนะนำให้เดินดูตั้งแต่ห้องที่ 1ซึ่งเป็นห้องที่มีวีดิทัศน์บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางของชาวจีน
ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไหหลำ จากถิ่นกำเนิดสู่ภูเก็ตสายสัมพันธ์กับแผ่นดินแม่
สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว สัมมาอาชีพ และภูมิปัญญา อาทิ
การทำเหมืองแร่ สวนยางพารา วัฒนธรรมการกินอยู่ การสร้างบ้าน
เครื่องแต่งกาย ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์
ตลอดจนศึกษาแบบอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ
รวมไปถึงประวัติโรงเรียนและครูใหญ่คนสำคัญ

3. บ้านชินประชา
เป็นบ้านเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีส ที่มีอายุกว่า 100 ปี
ซึ่งสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเกาะภูเก็ตเลยก็ว่าได้บ้านหลังนี้เป็นบ้านของตระกูลตัณฑวณิช
โดยเจ้าของได้อนุรักษ์ตัวอาคารและเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่าง ๆภายในบ้านไว้เป็นอย่างดี
เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของภูเก็ต
ผ่านการใช้ชีวิตของชาวภูเก็ตในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา
ลักษณะของบ้านมีความโดดเด่นตรงที่เป็นบ้านสองชั้น
ประตูบ้านลงรักปิดทอง มีอักษรจีน มีหน้าต่างไม้หลายบานภายในบ้านเย็นสบายอากาศถ่ายเทสะดวก
เนื่องจากตรงกลางบ้านเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศ อีกทั้งยังมีสระน้ำเล็ก ๆอยู่กลางบ้านเป็นมุมที่น่าสนใจไม่น้อย
ในส่วนของพื้นบ้านก็ถูกปูด้วยกระเบื้องจากอิตาลีลวดลายสวยงามสุด ๆ
นอกจากนี้ยังมีบันไดไม้ลวดลายสวยงาม
เครื่องเรือนส่วนใหญ่ก็เป็นไม้ฝังมุกนำเข้าจากเมืองจีน อีกทั้งยังมีเครื่องใช้
เครื่องครัวโบราณ ภาพถ่าย
และภาพวาดในอดีตที่สวยงามมากมายที่รอให้คุณมาสัมผัส
ส่วนท่านใดที่สนใจแต่งกายแบบคนภูเก็ตสมัยก่อนที่เรียกว่า
การแต่งกายแบบบาบ๋า ย่าหยาที่นี่เขาก็มีให้ลองใส่ด้วยนะจ๊ะ เก๋สุดๆ…

ท่องเที่ยว_ตะลุยแดนหมีขาวส่องชีวิตหลังม่านเหล็ก

ท่องเที่ยว_ตะลุยแดนหมีขาวส่องชีวิตหลังม่านเหล็ก

ในช่วงที่ผ่านมาประเทศที่หลายคนได้ยินการพูดชื่อเยอะที่สุดเห็นจะเป็นรัสเซีย
ก็แน่นอนว่าพวกเขายอมทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านบาทเพื่อเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ซึ่งจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง
ไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายอย่างที่ใครหลายคนกลัวกัน เพราะฉะนั้น ภาพลักษณ์ของประเทศรัสเซีย
ที่เคยคลุมเครือมานานตั้งแต่ยุคสมัยสงครามเย็น ก็จบลง
การเปิดเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งนี้เหมือนการเปิดประเทศของรัสเซียและเชื่อว่าในอนาคตจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในรั
สเซีย เยอะมากกว่าเมื่อก่อน
และสำหรับคนไทยประเทศรัสเซียนั้นถือว่าเป็นประเทศที่น่าไปเยือนซักครั้งไม่น้อยเหตุผลหลักๆคือค่าครองชีพพวกเขาไม่ได้โ
หดร้ายแบบยุโรป และที่สำคัญฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย อยากไปตอนไหนก็จองตั๋วไปได้เลย งานนี้ไม่ไปก็คงไม่ได้แล้ว
ที่ไหนก็ได้ที่เหมาะสำหรับการไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวที่สุด
เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้พบกับหิมะสีขาวละเอียดเหมือนปุยนุ่นแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ในรัสเซียยังสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในมอสโค เมืองหลวงของ รัสเซีย เที่ยว ได้หลายแห่งจริงๆ ในกรุงมอสโค
คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากมหาวิหารเซนต์เบซิล สัญลักษณ์ของรัสเซียที่มีจุดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร
อีกทั้งยังตั้งอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่น สามารถมองเห็นได้เด่นชัดที่สุดในจัตุรัสแดงอีกด้วย
และเมื่อนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินเข้าไปด้านในโบสถ์ ก็จะได้พบกับความน่าประหลาดใจที่ซ่อนอยู่หลังกำแพง
ซึ่งมีลักษณะเหมือนเขาวงกตที่ประกอบด้วยหอสวดมนต์ต่างๆ โดยสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์ก็คือหลังคาโดม
ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อของโดมหัวหอม ที่เต็มไปด้วยรูปแบบและสีสันที่สะดุดตา ทั้งลายทางสีแดงสลับขาว
วงก้นหอยสีแดงสลับเหลือง และโดมสูงสีทองบนยอด
นอกจากนี้พระราชวังเครมลิน เป็นพระราชวังที่สร้างอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควาค่ะ
ทั้งนี้พระราชเครมลินในอดีตนั้นเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซียมาก่อนนะคะ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นที่ทำการรัฐบาลในช่วงปฏิวัติเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ใหม่ๆ
ส่วนตอนนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของมอสโคไปแล้ว
ซึ่งภายในพระราชวังเครมลินนั้นประกอบไปด้วยปราสาท โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์ คลังแสง อาวุธยุทธภัณฑ์ หอคอย
ป้อมปราการ หอสูง ยอดแหลม และโดมมากมาย โดยมีกำแพงสูงล้อมรอบด้วยความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร
ที่สำคัญบนหอคอยในพระราชวังยังเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในมอสโคอีกด้วย…