Archive กันยายน 2018

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ม้าฮ่อ

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ม้าฮ่อ

ม้าฮ่อ เป็นเมนูอาหารว่างไทยโบราณ จะเรียกว่าขนมก็ได้
กินแกล้มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด นิยมทำในเทศกาลงานบุญ
และเป็นอาหารในพิธีต่างๆ ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญแล้ว “ม้าฮ่อ” คืออะไรกันแน่
กล่าวคือเป็นเมนูที่ทำจากผลไม้รสเปรี้ยว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำโรยด้วยไส้คล้ายกับสาคูไส้หมู
ซึ่งไส้ที่ว่าเปรียบเสมือนพริกเกลือในปัจจุบันถือเป็นศิลปะการสร้างสรรค์อาหารอย่างหนึ่งที่ไทยเรามีมาตั้งแต่โบราณ
การทำพริกเกลือม้าฮ่อ
จะยุ่งยากกว่าการทำพริกเกลือธรรมดา
ซึ่งถ้าใครทำไส้สาคูไส้หมูได้ จะทำพริกเกลือม้าฮ่อได้เหมือนกัน
เพียงแต่ ม้าฮ่อ จะไม่ใส่หัวผักกาดแห้ง ส่วนประกอบสำคัญได้แก่
หมูสับ กุ้งสับ ถั่วลิสงคั่ว หอมแดง ผัดกับเครื่องเทศ ปรุงรสหวานเค็ม
วิธีการปรุงก็กวนส่วนผสมรวมกันให้เหนียว
จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลม แล้วนำไปวางไว้บนชิ้น สับปะรด หรือ ส้มโอ ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
แต่หากนำพริกเกลือแบบนี้ไปยัดใส่ส้มผ่าซีก จะเรียกชื่อใหม่ว่า“มังกรคาบแก้ว”
ส่วนสูตรสำเร็จในการทำ ม้าฮ่อ แบบโบราณ
เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ประกอบด้วย เนื้อหมูสับ ครึ่งถ้วย, กุ้งสดสับ
ครึ่งถ้วย, พริกไทย กระเทียม รากผักชี โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ, ถั่วลิสงซอยบาง 1/4ถ้วย,
พริกแดงหั่นฝอย 1 เม็ด, ผักชีเด็ดใบ 2 ช้องโต๊ะ,
น้ำมันสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ และ สับปะรดหรือส้มโอ 1 ผล
ขณะที่วิธีปรุง ม้าฮ่อ เริ่มจากตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมันให้ร้อน เจียวกระเทียม พริกไทย รากผักชี
ที่โขลกไว้ให้หอม จึงใส่หมูกุ้งสับลงยีให้กระจายพอสุก ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ชิมให้รสจัด จึงใส่ถั่วซอยบางๆ
รสต้องเค็มนำตามด้วยหวาน ตักใส่จาน ทิ้งไว้ให้เย็น
จากนั้นหันมาหั่น สับปะรด หรือ ส้มโอ ขนาดกว้าง 1 1/2 นิ้ว
หนา 1 เซนติเมตร หรือจะตัดเป็นรูปต่างๆ ก็ได้ ใช้ในกรณีพิเศษ
ยามเวลามีแขกมาเยือนที่บ้านจะได้ดูสวย มีศิลปะ
แล้วตักไส้ใส่บนสับปะรด แต่งด้วยผักชีและพริกแดงทุกชิ้น
ถือเป็นอันเสร็จสิ้นเมนู ม้าฮ่อ
โดย ใส้ม้าฮ่อ ที่ผัดไว้แล้ว
ปัจจุบันเราสามารถนำใส่ตู้เย็นแช่เก็บไว้ได้ ถ้าไม่ใส่บนสับปะรด
ก็จะใส่ในส้มเขียวหวานที่มีรสค่อนข้างเปรี้ยว
โดยจะแกะส้มเป็นกลีบแล้วผ่ากลางเอาเมล็ดออก
จากนั้นนำไส้ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ตรงกลาง เรียกอีกชื่อว่า มังกรคาบแก้ว
สรุปแล้ว “ม้าฮ่อ”
เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่แสดงถึงความชาญฉลาดและช่างคิด
ช่างทำของคนโบราณ
เมื่อเจอผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวไม่สามารถกินเปล่าๆ ได้ จะทิ้งก็เสียดาย
เลยทำไส้ที่กินคู่กันได้ ทำให้มีรสชาติที่กลมกล่อม ผลไม้เปรี้ยว
ไส้มีรสเค็มหวาน เข้ากันได้ดีเหลือเชื่อ…

สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางไป ต่างประเทศ

สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางไป ต่างประเทศ

เป็นเรื่องจริงที่ว่า การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแต่ละครั้งนั้น ต้องเตรียมความพร้อม
โดยสำหรับนักเดินทางใหม่ที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก
อาจจะหลงลืมสิ่งของและการเตรียมสิ่งของต่างๆ ดังนั้น
วันนี้บทความจะมาพูดถึงการเตรียมตัว

1.หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการไปเที่ยวต่างประเทศ แนะนำว่าควรจะพกใบถ่ายเอกสารหน้าพาสปอร์ตไว้ติดตัว
เวลาไปเช็คอินเข้าโรงแรมหรือทำอะไรจะได้ ไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตเล่มจริงขึ้นมาบ่อยๆ ทำให้หายง่าย
และหากพาสปอร์ตหาย เวลาไปติดต่อกงสุลจะง่ายและรวดเร็วกว่า โดยบางประเทศมักจะต้องการอายุพาสปอร์ต 6
เดือนจึงจะเดินทางได้ มีบางประเทศอย่าง ฮ่องกง มาเก๊า ขอเพียงแค่อายุพาสปอร์ตขาเข้าอย่างน้อย 1
เดือนเท่านั้น ก็เดินทางได้แล้ว

2. เช็คสภาพอากาศ
หากต้องไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ที่ซึ่งเราไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศ
จำเป็นต้องศึกษาสภาพอากาศของเมืองและประเทศที่เราจะไปให้ดีก่อน
เพื่อเราจะได้เตรียมเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องใช้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสภาพอากาศไปได้
แต่หากไปเที่ยวในประเทศโซนอเมริกาหรือยุโรป ที่มีอากาศแตกต่างมากในช่วงฤดูหนาว
ต้องเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางสัก 2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมการซื้อของใช้ที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม

3. ยาประจำตัว เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรลืม
เพราะในบางประเทศการจะซื้อยาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีคำสั่งจาก แพทย์
เพราะฉะนั้นยาจึงเป็นสิ่งสำคัญยามฉุกเฉิน ที่ควรพกติดตัวไปตลอดทริปการเดินทาง

4.แปลงหัวปลั๊ก แน่นอนว่าประเทศต่างๆ ปลั๊กที่ใช้เสียบก็ต้องไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นนักเดินทางทั้งหลายควรเตรียมพร้อมไป หรือทางที่ดี ควรพกที่แปลงหัวปลั๊กแบบครบวงจร
สามารถเชื่อมต่อกับปลั๊กได้ทุกประเทศ

5.ข้อมูลการท่องเที่ยว แผนที่ขนส่งมวลชน
หากเรามีการวางแผนเดินทางที่ดี จะช่วยกำหนดเวลาในการเดินทางระหว่างที่ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี
แต่ก้ยังมีระบบการซื้อตั๋วที่เราไม่คุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีมากมายหลายสายก็อาจทำให้สับสนได้เช่นกัน
ดังนั้นจึงควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่หลงทางให้เสียเวลา
และเพื่อการไปเที่ยวจะสนุกมากขึ้น โดยบางสถานที่อาจมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ติด ๆ กันเป็นโซน
เรียกว่าไปที่เดียวได้ทั้งความหลากหลายและคุณภาพ…

มาถนอมอาหารกันเถอะ วันนี้เสนอวิธีทำกล้วยฉาบ

มาถนอมอาหารกันเถอะ วันนี้เสนอวิธีทำกล้วยฉาบ

กล้วยฉาบหลากหลานรส ไม่ว่าจะเป็น รสหวาน รสเค็ม รสเนยการทำกล้วยฉาบ

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกกล้วยน้ำหว้าดิบ ด้วยมีดปอกเปลือก (มีดคู่)
2. นำกล้วยที่ปอกเปลือกให้หมดทั้งหวี ล้าง
และแช่ไว้ในน้ำสะอาดที่ผสมเกลือเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้กล้วยมีสีดำ) ตั้งพักไว้
3. ฝานกล้วยดิบเป็นแผ่นบาง ๆ ตาม ความยาวของผล ด้วยมีดคู่
แล้วนำกล้วยที่ฝานแล้วตากแดดเพื่อให้สามารถหยิบกล้วยได้ง่ายกล้วยจะไม่ติดกัน
4. ตั้งกระทะให้ร้อนเติมน้ำมันพืชลงในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนพอดี
มีควันลอยบ้างบางๆ ใส่กล้วยตามข้อ 3 ลงทอดในน้ำมันทันที
เมื่อกล้วยลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำมัน ให้หมั่นคนและ พลิกชิ้นกล้วยกลับให้ถูกน้ำมัน
เพื่อความร้อนสม่ำเสมอทั่วกันทุกชิ้น จนเหลืองดีแล้ว
ตักขึ้นใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำมัน ทำจนกระทั่งเสร็จ
สุกแล้วตักขึ้นใส่ตะแกรงเด็ดน้ำมัน ใส่ภาชนะที่สะอาดแล้ววางไว้ให้เย็น
5. แบ่งกล้วยที่ทอดแล้ว 3 ส่วน เพื่อทำกล้วยฉาบ รสหวาน รสเค็ม รสเนย

วิธีการทำกล้วยฉาบรสหวาน
1.นำกล้วยที่ฉาบแล้วมา 1 ส่วน
2.น้ำมันพืชสำหรับทอด 4 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
4.น้ำ 4 ถ้วยตวง
5.ใช้กระทะที่สะอาด ตั้งไฟเบาๆ ใส่น้ำตาล น้ำ ลงในกระทะนั้น
ต้มจนน้ำตาลละลาย และเคี่ยวต่ออีกครู่ จนน้ำตาลเหนียวเป็นเส้น
เมื่อใช้ช้อนจุ่มลงในน้ำเชื่อม แล้วยกช้อนขึ้น น้ำเชื่อมจะยืดตามมีดเป็นเส้น
6. ใส่กล้วยที่ทอดไว้ ลงในกระทะน้ำเชื่อมทันทีที่ยกลงจากเตา เคล้าเบา ๆ
ให้น้ำเชื่อมจับชิ้นกล้วยให้ทั่วถึง7. พักไว้จนเย็นสนิทและน้ำเชื่อมแห้งสนิทด้วย
จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุง

วิธีการทำกล้วยฉาบรสเค็ม
1. นำกระทะตั้งไฟร้อนกลาง ๆ ใส่น้ำ และเกลือ ลงในกระทะนั้น ต้มจนเกลือละลาย
และเคี่ยวต่ออีกครู่
2.นำกล้วยฉาบที่ฉาบแล้วใส่ลงไปในกะทะแล้วยกกะทะลงจากเตาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. นำมาพักไว้ในภาชนะจนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุง

กล้วยฉาบรสเนย
1. นำกระทะตั้งไฟร้อนกลาง ๆ ใส่เนย ๑ ทัพพีลงในกระทะ จนเนยละลาย
2.นำกล้วยฉาบที่ฉาบแล้วใส่ลงไปในกะทะแล้วยกกะทะลงจากเตาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. นำมาพักไว้ในภาชนะจนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุงหรือกล่อง…

เขาค้อว่าเหงา เรามากินผักดีกว่า

เขาค้อว่าเหงา เรามากินผักดีกว่า

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในหน้าฝนที่หลายคนจะต้องนึกถึงเป็นแห่งแรกๆ
คือเขาค้อ-ภูทับเบิก ว่ากันว่าเขาค้อสวยที่สุดในฤดูฝน ทั้งทะเลหมอกที่ลอยฟุ้ง
ความเขียวขจีของภูเขาและอากาศเย็นสบาย
ส่วนภูทับเบิกนั้นขึ้นชื่อเรื่องทะเลหมอกสีขาวที่ตัดกับยอดภูสีเขียว
และไร่กะหล่ำปลี ใครมาเที่ยวก็ต้องติดใจกับวิวเหนือเมฆที่เห็นได้แบบ 360
องศาเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาแนะนำการท่องเที่ยวในเขาค้อ-ภูทับเบิก
เส้นทางท่องเที่ยวหน้าฝนที่พลาดไม่ได้
เขาค้อ เป็นหนึ่งในอำเภอบริวารของ จ.เพชรบูรณ์
ถือว่าเป็นจุดขายและแหล่งท่องเที่ยวที่เชิงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นป่า
ในประเทศไทยเป็นสวรรค์ของผู้มาเยือนเพื่อพักผ่อนก่อนเก็บความประทับใจไปเล่าสู่กันฟัง
ผืนป่าประเทศไทยนับว่าเป็นผืนป่าที่อุดมณ์สมบูรณ์ระดับต้นของโลกอย่างเช่นอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
รู้จักกันอย่างดีในฐานะเป็นสถานที่ที่มีโอโซนติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลกจนมีสมญานามว่า สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน
เช่นเดียวกับเขาใหญ่ผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน
ทั้งนี้จึงขอมาแนะนำ เขาค้อ ที่ถูกขนานนามว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เขาค้อ อยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง
เป็นดินแดนแห่งขุนเขา ผืนป่าเขียวขจี ทัศนียภาพสวยงาม อากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดปี อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
ที่น่าสนใจอีก เช่น ภูทับเบิก (อ.หล่มสัก) แหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่สุดในประเทศ และ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (อ.น้ำหนาว)
เทือกเขาแดนกั้นภาคเหนือ-อีสาน
ขณะที่พื้นดินตามแนวเขาของเขาค้อซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นแหล่งส่งออกผลไม้นานา
พันธุ์ที่หลากหลายไม่ใช่แค่ มะขาม ของขึ้นชื่อเมืองเพชรบูรณ์เท่านั้นยังมี
กระหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหัว มะระหวาน และ อะโวคาโด(ลูกเนย)พืชเศรษฐกิจของอำเภอเขาค้อ
เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174
เมตร เหนือระดับ น้ำทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร
ลักษณะพืชพันธุ์ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้ผลัดใบ ป่าสน และป่าดิบที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม
ที่สำคัญยังเป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์สงครามการเมืองระหว่างรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยซึ่งเขาค้อเคยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งคอมมิวนิสต์มาแล้ว…