Archive ตุลาคม 2018

สายเฮลตี้ต้องมาอ่าน สูตรน้ำผักผลไม้แสนอร่อย

สายเฮลตี้ต้องมาอ่าน สูตรน้ำผักผลไม้แสนอร่อย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้
คนเจ็บป่วยเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยกันมาก
เนื่องจากสภาวะแวดล้อม
รวมถึงอาหารการกินที่เป็นสาเหตุให้เราเจ็บป่วย
วันนี้เรามีสูตรน้ำผักผลไม้ปั่นมาฝากกัน ทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์
รวมถึงเป็นเครื่องดื่มที่สุดยอดของคนลดน้ำหนักด้วย
แบบนี้จะพลาดได้ไงล่ะคะ มาอ่านและลองทำตามกันดูนะ
น้ำปวยเล้งและแอปเปิลเขียวปั่น
ผักปวยเล้งมีสรรพคุณในการบำรุงเลือด
เป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินซี วิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง
ซึ่งวิตามินซีก็มีประโยชน์ในกระบวนการทำงานของระบบเผาผลาญ
ส่วนแอปเปิลเขียวก็เป็นผลไม้ไฟเบอร์สูงที่ช่วยลดความอ้วนอยู่แล้วส่วนผสม
• ปวยเล้งประมาณ 1 กำมือ
• แอปเปิลเขียวหั่นเต๋า 1 ลูก
• น้ำสะอาด 1 แก้วกาแฟ
วิธีทำ
1. ล้างปวยเล้งและแอปเปิลเขียวให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
2. จากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด
3. เทน้ำผัก-ผลไม่ปั่นใส่แก้ว
สามารถเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้เทใส่แก้ว พร้อมดื่มน้ำผักผลไม้รวมสีส้ม
ใครมีแครอทหยิบออกมาปอกเปลือกหั่นแท่งรอเลย
เมนูน้ำผักผลไม้สีส้ม
สูตรนี้นอกจากใส่แครอทแล้วยังเพิ่มคุณค่าจากผลไม้วิตามินซีเพียบ
อย่างเช่น เสาวรส สับปะรด และส้ม ไม่ต้องใส่น้ำตาลรสหวานธรรมชาติ สีส้มสวยชวนดื่ม
ส่วนผสม
• แครอท 1 หัว
• เสาวรส 1 ลูก
• เนื้อสับปะรด 1 ถ้วย
• ส้มซันคิสต์ 1 ลูก
วิธีทำ
1.ปอกเปลือกแครอทออกนำไปล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแท่งยาวๆ เตรียมไว้
2. ผ่าครึ่งเสาวรสตักเอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้
3. ปอกเปลือกสับปะรดหั่นเอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้
4. ผ่าส้มซันคิสต์เป็น 4 ส่วน ลอกเอาเปลือกออก เอาเฉพาะเนื้อเตรียมไว้
5. ใส่ผักและผลไม้ทุกอย่างลงไปในเครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก
เทใส่แก้วพร้อมดื่ม หรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มน้ำมะเขือเทศและแตงกวาปั่น
นอกจากสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยแล้วมะเขือเทศยังมีความฉ่ำน้ำ
และยังพกสรรพคุณในการลดน้ำหนักมาไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อยๆ
สรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย
และสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในเลือดก็ได้
ส่วนแตงกว่าก็มีความฉ่ำน้ำ
ช่วยอำนวยความสะดวกให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติดียิ่งขึ้น
ส่วนผสม
• มะเขือเทศ 2 ลูก
• แตงกวา 1+1/2 ลูก
วิธีทำ
1. ล้างส่วนผสมให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
จากนั้นนำแตงกวาลงไปปั่นก่อน
2.เมื่อแตงกวาเริ่มละเอียดให้ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปปั่นรวมกัน
3. ปั่นต่อจนมะเขือเทศและแตงกวาเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้วพร้อมดื่ม
น้ำแครอท ขิงและแอปเปิลเขียวปั่น
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อนแฝงอยู่
ด้วยเหตุผลนี้จึงช่วยกระตุ้นได้ทั้งระบบย่อยอาหารและเร่งระดับ
การเผาผลาญไขมันในร่างกายไปในคราวเดียวกัน
และเมื่อผสานพลังกับแครอทที่มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูง
ก็จะทำให้รู้สึกอิ่มอยู่ท้องได้นานขึ้น
อีกทั้งน้ำตาลในผลไม้อย่างแอปเปิลเขียวยังช่วยคงระดับน้ำตาล
ในเลือดให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ อีกด้วยนะคะ
ส่วนผสม
• แครอท 1 หัว
• ขิง 1 แง่งเล็ก
• แอปเปิลเขียว 1 ลูก
• น้ำต้มสุก 1 แก้วกาแฟ
วิธีทำ
1. ปอกเปลือกขิงและแครอท
จากนั้นล้างส่วนผสมทั้งหมดให้สะอาด
2. นำแครอทไปต้มให้พอสุก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
3. หั่นขิงและแอปเปิลเขียวเป็นชิ้นเล็ก ๆ
4. ปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนเข้ากันดี เทใส่แก้วพร้อมดื่ม
น้ำแอปเปิล ผักกาดหอมและน้ำมะนาว
ถ้าจะให้ดีสามารถผสมทั้งแอปเปิลเขียวและแอปเปิลแดงไปเลยก็
ได้ค่ะ จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่หลากหลายมากขึ้น
ส่วนในเรื่องของไฟเบอร์นั้น
ทั้งแอปเปิลและผักกาดหอมก็มอบให้เราได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว
ไหนจะวิตามินหลากชนิดในผักกาดหอมที่มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบย่อยอาหารแลระบบเผาผลาญอีก
ส่วนน้ำมะนาวก็มีประโยชน์ในการช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเบิร์นไขมันได้มากขึ้น
แถมมะนาวยังมีสรรพคุณช่วยสกัดสารพิษในร่างกายไม่ให้ตกค้างจนเกิดอาการบวมตามจุดต่าง ๆ ได้อีกต่างหากจ้า
ส่วนผสม
• แอปเปิลเขียวหรือแดงก็ได้ 1 ลูก
• ผักกาดหอมประมาณ 4-5 ใบ
• น้ำมะนาว 1 ลูก
วิธีทำ
1. ล้างส่วนผสมทุกอย่างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆเตรียมไว้
2. นำแอปเปิลไปปั่นให้ละเอียดพอประมาณก่อน
จากนั้นเติมผักกาดหอมที่หั่นไว้ลงไป ตามด้วยน้ำมะนาวคั้นสด
3. ปั่นต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
ลองไปทำกันดูนะคะ ดื่มบ่อยๆมีประโยชน์ ร่างกาย
สุขภาพจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยเชียวล่ะ ถ้าได้ผลดีๆยังไง
ลองมาเล่าให้เราฟังบ้างนะคะ…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : กุ้งนอนแห

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : กุ้งนอนแห

กุ้งนอนแห เป็นอาหารไทยโบราณที่ประยุกต์มาจาก ล่าเตียง
โดยการนำตารางไข่มาห่อกุ้งแทนไส้หมูปรุงรส ที่ห่อเป็นคำๆ สวยงาม กินได้สะดวก มีรสอร่อย
สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงฝีมือและความตั้งใจของผู้ทำได้เป็นอย่างดี
กุ้งนอนแห จึงเป็นอาหารว่างที่น่าตาน่ารับประทาน
และเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในโอกาสพิเศษเพราะมีกรรมวิธีการปรุงที่พิถีพิถันประณีต ไล่ตั้งแต่การเลือกกุ้ง
กุ้งต้องสด และตัวเท่ากัน แนะนำให้ใช้ กุ้งชีแฮ้ จะดีกว่า กุ้งกุลาดำ
เพราะ กุ้งกุลาดำ เนื้อจะเหนียว แม้มีสีสันสวยกว่าก็จริง
แต่เวลานึ่งต้องใช้น้ำเดือดไฟแรง ทำให้ต้องนึ่งกุ้งนาน
ยิ่งทำให้เนื้อกุ้งเหนียวมากขึ้นไปอีก ผิดกับ กุ้งชีแฮ้ ที่เนื้อนุ่มกว่า
ไม่ต้องเสียเวลานึ่งนาน แถมรับประทานอร่อยกว่า
ส่วนการทำไข่ตาราง ต้องโรยด้วยกรวยโลหะหรือใบตอง
จะสะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้นิ้วมือแล้วสะบัดไข่ให้เป็นเส้น
ไฟที่ใช้ในการทำก็ต้องใช้ไฟกลาง ถ้าไฟแรงไข่จะไหม้และกรอบ
ทำให้ห่อไม่ได้ ดังนั้น ไข่ตารางที่ดี เส้นต้องตรงและนุ่มช่วยให้ห่อง่าย
ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว อาหารว่างไทยโบราณอย่าง กุ้งนอนแห
จะเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด แต่ถ้าเสิร์ฟกับน้ำชา ก็ไม่ต้องใช้น้ำจิ้ม
กระนั้นต้องหมักกุ้งกับรากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกก่อน
ตัวกุ้งจึงจะมีรสชาติที่เข้มข้น และควรใช้กุ้งตัวเล็กๆ
ว่าแล้วเรามาดูขั้นตอนการทำ กุ้งนอนแห กันเลยดีกว่า
เริ่มจากการเตรียมเครื่องปรุง ไล่ตั้งแต่ กุ้งชีแฮ้ตัวใหญ่ 10 ตัว,
หมูสับ 1/4 ถ้วย, กุ้งบด 1/4 ถ้วย, ไข่ไก่ 4 ฟอง,
รากผักชีโขลกละเอียด 1 ช้อนชา, กระเทียมโขลกละเอียด 5 กลีบ,
พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา และ เกลือป่น 1 ช้อนชา
ขั้นตอนการทำ กุ้งนอนแห เริ่มจากล้างกุ้ง แกะเปลือก
เด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังตลอด ดึงเส้นดำออก
จากนั้นเคล้าด้วยน้ำมะนาว 1 ช้อนชา วางพักไว้
แล้วจึงหันไปผสมหมูสับ กุ้งบด รากผักชี กระเทียม พริกไทย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา เข้าด้วยกัน
เมื่อได้ส่วนประกอบสำคัญแล้ว
ก็วางกุ้งพร้อมตักส่วนผสมใส่ตรงกลางประมาณ 2-3 ช้อนชา
ทำแบบนี้จนครบทั้ง 10 ตัว เกลี่ยให้ส่วนผสมทั่วกัน
วางเรียงลงในถาด นึ่งไฟแรง 10 นาที พอสุกจึงเอาออกจากเตา
พอเสร็จแล้วหันไปต่อยไข่ใส่ถ้วย ใส่เกลือที่เหลือ
ตีเข้าด้วยกัน โรยไข่เป็นเส้นในกระทะที่ทาน้ำมันบางๆ เป็นตาราง
ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอห่อกุ้ง นำไข่มาห่อกุ้งที่นึ่ง
จัดลงในจาน รับประทานกับน้ำจิ้ม เป็นอันเรียบร้อย
ส่วนเครื่องปรุงน้ำจิ้มของเมนูอาหารไทยโบราณ กุ้งนอนแห
กอปรด้วย ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ,
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
นำทั้งหมดลงในหม้อ คนให้ทั่ว ตั้งไฟพอร้อนแล้วยกลงรับรองอร่อยเหาะ…