4 สถานที่เที่ยวเมืองปายที่จะทำให้คุณหลงรักปายมากขึ้น

4 สถานที่เที่ยวเมืองปายที่จะทำให้คุณหลงรักปายมากขึ้น

 

ปาย ชื่อนี้หลายคนคงนึกถึงเมืองถึงฤดูหนาวที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเมืองเหนือ ซึ่งที่นี่จะทำให้คุณมีความสุขกับธรรมชาติ และบรรยากาศของหน้าหนาวอย่างแน่นอน เราจึงขอแนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดหากคุณไปไปเยือนปาย

  1. กองแลน ปาย แคนยอน

สำหรับสถานที่แห่งนี้จริงๆต้องบอกว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัแพะเมืองผี โดยมันตั้งอยู่ในเขตบ้านร้องเหย่ง ซึ่งอยูห่างจากอำเภอ 7 กิโลเมตร โดยการเดินทางไปที่นี่เราสามารถที่จะวิ่งรถจากถนนหลวง 1095 ตรงยาวถึงหลักกิโลเมตร 88 จะตั้งอยู่ขวามือ โดยเมื่อถึงแล้วจะต้องเดินบุกป่าฝ่าดงเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร กว่าจะถึง สำหรับลักษณะของกองแลนนั้นเป็นดินที่ถูกกัดเซาะจนเป็นร่องเป็นหลุมบ่อต่างๆมีความกว้างถึง 5 ไร่ และเหมาะที่จะมาท่องเที่ยได้ในทุกเทศกาลอีกด้วย และด้วยลักษณะนี้จึงทำให้มันได้ชื่อว่า ปาย แคนยอยนั่นเอง

2.โป่งน้ำร้อนไทรงาม

โป่งน้ำร้อนไทรงาม

นั้นคือแก่งน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีลักษณะที่เหมือนน้ำตกขนาดย่อมๆน้ำมีสีที่ใสน่าเล่นอีกทั้งความร้อนนั้นมีอุณหภูมิที่ระดับที่คนสามารถลงไปแช่ได้อย่างสบายๆ โดยมันถูกตั้งอยู่ห่างจากแม่ฮ่องสอนประมาณ 12 กิโลเมตร และเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ

  1. สะพานประวัติศาสตร์ ปาย

สะพานประวัติศาสตร์ ปาย

ต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปายไปแล้ว โดยเป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุเหล็กทั้งดุ้น ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองโดยใช้ทหารญี่ปุ่นมาเป็นแรงงานก่อสร้างด้วยความเก่าแก่ที่มีอายุเกือบหลักร้อยปีทำให้มีความเก่าแก่ และให้อารมณ์วินเทจสำหรับผู้ที่มาเที่ยวสะพานแห่งนี้ และเป็นอีกจุดหนึ่งที่คนรักการถ่ายภาพไม่ควรพลาดที่จะมาเยือน

  1. Love Strawberry

Love Strawberry แค่ชื่อก็พอจะทำให้หลายคนฟินอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีสตอร์เบอรี่ปลอดสารพิษให้เราได้ทานกัน นอกจากนี้ยังมีสตอร์เบอรรี่ลูกยักษ์ให้คุณได้ตื่นตากับความใหญ่ของมัน และได้ถ่ายรูปสวยๆเก็บไปอวดเพื่อนได้อีกด้วย ซึ่งไฮไลท์สำคัญแน่นอนว่าเป็นการได้ลองกินผลสตอร์เยอรี่แบบสดๆเด็ดจากต้นที่จะมีความชุ่มชื้น และมีความหวานหอมอร่อยมากกว่าตามที่ขายตลาดผลไในั่นเพราะมันมีความสดมากๆนั่นเองนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้สายแอดเวอร์เจอร์ได้มันส์ไปกับการแข่งรถเอทีวีรวมไปถึงการโหนสลิงที่เป็นเครื่องเล่นที่เปิดบริการให้เราได้เปิดประสบการณ์ความเสียวที่มันจะเหวี่ยงคุณลอยอยู่ในอากาศอีกด้วย

  1. ม่อนหยุนไหล

ม่อนหยุนไหล ชื่อเหมือนจีนไปสักหน่อย แต่ที่นี่คือจุดชมวิวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้ และทำให้คุณได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบายมีทะเลหมอกยามเช้าให้ได้ชมรวมถึงมีศาลาให้เราได้นั่งชมวิวสบายๆอีกด้วย

4 ที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน

4 ที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน

 

ใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกทีสำหรับปี 2018 อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะถึงเวลาที่คนไทยจะได้สัมผัสอากาศเย็นๆอีกครั้ง แน่นอนว่าสถานที่ที่หลายคนอยากไปคงหนีไม่พ้นเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมไปแล้วเมื่อถึงฤดูหนาว เพราะเชียงใหม่ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่สวยงามมีเอกลักษณ์อาหารการกินอร่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมืองแถมได้ดื่มด่ำท่ามกลางอากาศเย็นย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนหลงรักได้ไม่ยาก เราจึงอยากจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเชียงใหม่ที่เมื่อไปเยือนแล้วต้องไม่ควรพลาดที่จะแวะไป

 

พระบรมธาตุดอยสุเทพ

จะว่าไปแล้วด้วยวิถีชาวพุทธของคนไทยมักนิยมกราบไว้สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอไม่ว่าจะไปเที่ยวในจังหวัดใดก็ตาม ซึ่งเชียงใหม่เองก็มี พระบรมธาตุดอยสุเทพ อันเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเชียงใหม่ที่ใครมาก็ต้องแวะมากราบไหว้ที่นี่ สำหรับ พระบรมธาตุดอยสุเทพ นั้นตั้งอยู่สูงจากระดับของน้ำทะเล 1,000 เมตร อันเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารริกธาตุเพื่อให้ผู้คนได้กราบไว้บูชาเสริมความเป็นศิริมงคลในชีวิต

 

ดอยอ่างขาง

เมื่อเที่ยวเมืองเหนือจะไม่ขึ้นไปสัมผัสอากาศบนดอยก็กระไรอยู่ เชียงใหม่ นั้นเป็นจังหวัดที่มีดอยมากมาย แต่หนึ่งในดอยที่มีชื่อที่สุดคงหนีไม่พ้นดอยอ่างขางที่ตั้งอยู่ติดกับแดนลาว ก่อนหน้านี้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเพียงเขตชุมชนของชาวบ้านที่นิยมการปลูกฝิ่นก่อนที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชดำรัสให้เปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นเป็นพื้นที่ทำเกษตรแทนส่งผลให้ประชาชนหันมาทำการเกษตรมากขึ้น นอกจกานี้บนดอยยังมีแหล่งวิจัยผลไม้ และมีผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านเปิดวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได่ซื้ออีกด้วย

 

สวนสัตว์เชียงใหม่

นี่คือหนึ่งในสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย และเป็นแหล่งที่เที่ยสำคัญของเมืองเชียงใหม่ที่มีผู้คนนิยมมาท่องเที่ยวมากมาย โดยมีเปิดบริการทั้งกลางวัน แะลกลางคืน ซึ่งมีป่าพืชพรรณรวมถึงสัตตว์นานาชนิดคอยต้อนรับ ซึ่งทั้งหมดนั้นมีสัตว์มากถึง 2,000 ชนิดเลยทีเดียวจัดว่าเป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยอีกด้วย และพระเอกของที่นี่ก็คือเจ้าหมีแพนด้า ที่ต่างมีผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก

 

ถนนคนเดินท่าแพ

หากใครเบื่อการเดินเที่ยวเฉยๆอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาช็อปปิ้งที่ เชียงใหม่ ก็มีแหล่งให้เดินช้อปชิมชิลมากมาย และหนึ่งในนั้นคือถนนคนเดินท่าแพหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวสุดฮิตของเชียงใหม่ โดยตลาดแห่งนี้จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในวันเสาร์-อาทิตย์ มีสินค้ามากมายหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินของ OTOP งานผลิตแฮนเมดต่างๆก็รวมอยู่ที่นี่ทำให้กลายเป็นไนท์บาร์ซาที่มีความคึกคักอย่างมากแห่งหนึ่งเลยที้เดียว

 

ล่องแก่งสุดฟินที่หินเพิง

ล่องแก่งสุดฟินที่หินเพิง

ฤดูฝนสำหรับคนโสด อาจเป็นฤดูที่เงียบเหงา เหตุเพราะไม่ใคร่ที่จะมีผู้คนสัญจรออกมานอกบ้าน เมื่อต้องอยู่ลำพังคนเดียว ความเหงาจากปกติที่เลเวล 1 จะพุ่งพรวดอย่างรวดเร็วจนแตะระดับเลเวล 99 ในบางเวลา จนบางคนต้องออกมาคร่ำครวญกันเลยทีเดียว

แต่บางครั้งฤดูฝนก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่ใครหลายคนนึกฝัน เพราะหนึ่งในสิ่งที่มากับฝนคือ น้ำ อันเปรียบเสมือนยารักษาหัวใจที่ช่วยให้ชีวิตกลับมาสดชื่นเต็มเปี่ยมอีกครั้ง เหมือนดั่งเช่นกิจกรรมแสนสนุกที่ แก่งหินเพิง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

กิจกรรมที่ว่าคือ “ล่องแก่ง” กิจกรรมยอดฮิตประจำแก่งหินเผิง ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากนักท่องเที่ยว จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลที่พี่น้องชาวไทยแวะเวียนไปเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะเหล่าผู้มีใจรักในการผจญภัย

ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่า แก่งหินเพิง คือ แก่งหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำสายใหญ่ในเขต อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะสวยงามมากที่สุดยามน้ำหลาก ช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม

ฤดูฝน จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวยัง แก่งหินเพิง ซึ่งปัจจุบันการล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลประจำปีไปแล้ว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก

โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายแห่งให้บริการล่องแก่งหินเพิง ซึ่งการันตีได้ด้วยประสบการณ์คุณภาพของอุปกรณ์และการควบคุมความปลอดภัย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอันตรายจากการล่องแก่ง แถมยังได้รับประสบการณ์ตื่นเต้นเร้าใจชนิดไม่รู้ลืม

ส่วนเส้นทางในการล่องแก่งหินเพิง จะมีระยะทางบนสายน้ำเชี่ยวกรากประมาณ 4.5 กิโลเมตร ใช้เวลาผจญภัยอยู่บนสายน้ำทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง โดยจะเริ่มต้นที่ “แก่งหินเพิง” เป็นจุดแรก มีระยะทางประมาณ 200 เมตร ให้เอาตัวรอดจากวังน้ำวน

หลังจากนั้นคุณจะพบกับ “แก่งผักหนามล้อม” วังน้ำวนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ทักษะในการบังคับเรือไปตามทางน้ำ ก่อนจะพักเบรคช่วงสั้นกับ “แก่งวังยาว” ที่สภาพน้ำค่อนข้างนิ่ง แล้วจึงเผชิญหน้ากับความท้าทายอีกครั้งที่ “แก่งลูกเสือ” และ “แก่งวังบอน” ที่มีน้ำตกเล็กๆ ให้ได้ลุ้น

ซึ่งเส้นทางต่อจาก “แก่งวังบอน” เรื่อยไปจนถึง “แก่งวังไทร” จะเต็มไปความฤชหฤโหด เพราะมีระดับความลาดชันถึง 30 องศา จากนั้นจบทริปด้วย “แก่งงูเห่า” ที่หากมาในช่วงน้ำมากก็จะท่วมหินจนกลายเป็นเหมือนล่องแพยางธรรมดา

โดยนอกเหนือจากการล่องแก่งแล้ว “แก่งหินเพิง” ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ไว้ต้อนรับนักผจญภัยหัวใจสยามอีกเพียบ ไล่ตั้งแต่การเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ไปจนถึงการขี่จักรยานศึกษาระบบนิเวศของเขาใหญ่อย่างใกล้ชิด

แถมการเดินทางจากกรุงเทพก็ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คิด เพียงขับรถขึ้นเหนือมุ่งหน้าผ่านจังหวัดปทุมธานีและนครนายก เพื่อเข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรี แล้วมุ่งตรงเข้าสู่แก่งหินเพิง รวมแล้วใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง กับระยะทางแค่ 213 กิโลเมตร

99999999999999999999

เที่ยวนครศรีธรรมราชให้สนุกกับที่เที่ยวที่สวยงาม

เที่ยวนครศรีธรรมราชให้สนุกกับที่เที่ยวที่สวยงาม

 

เที่ยวไหนดีที่นครศรีธรรมราช

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้าน คู่เมือง นครศรีธรรมราช และเป็นสถานที่แรกที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินทางไปยังนครศรีธรรมราช ควรเดินทางไปกราบสักการะ พระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งภายในเจดีย์บรรจุพระทันตธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นอกจากนี้ภายในยังมีพระประธาน พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราชประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารหลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก มีการสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรก ราวปี พ.ศ. 854

หมู่บ้านคีรีวง อำเภอลาน เดิมทีหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า บ้านขุนน้ำคีรีวง เนื่องจากอยู่ใกล้กับต้นน้ำ  เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย    หมู่บ้านคีรีวงเป็นชุมชนเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยหุบเขาสูงใหญ่ และมีสายน้ำตัดผ่านตรงกลางซึ่งเป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก  มนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านคีรีวงแห่งนี้ นอกจากจะมีธรรมชาติที่งดงาม อากาศบริสุทธิ์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลงใหลที่นี่คือวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่พึ่งพาธรรมชาติ หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่ เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลน ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านที่นี่มีความน่ารักมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายสงบสุข ด้วยความที่เป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่มากทำให้รู้สึกว่าชาวบ้านในที่แห่งนี้อยู่ด้วยกันแบบเครือญาติกันหมด อาชีพหลักของชาวบ้านคีรีวง คือ การทำกสิกรรม การทำสวนผลไม้แบบผสมผสาน เรียกว่า “สวนสมรม” แล้วนำมาแปรรูป จัดว่าเป็นสินค้าโอท็อปเรื่องชื่อเลยทีเดียว ส่วนผลไม้ที่หมู่บ้านแห่งนี้ปลูกก็จะมีผลไม้จำพวก มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ส่วนอื่นๆที่เป็นสินค้าโอท็อปชื่อดังของที่นี้ก็จะมี กลุ่มมัดย้อมกลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มทำไวน์ และ กลุ่มทุเรียนกวน ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจาก เป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิตแบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนา การบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ยังมีสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 327 ชนิด เช่น สมเสร็จ เลียงผา ลิงกัง ลิงเสน ค่างดำ ค่างแว่นถิ่นใต้ ชะนีธรรมดา เสือลายเมฆ เสือดำ เสือโคร่ง หมีหมา เก้ง กวางป่า เม่นหางพวง สัตว์จำพวกนก เช่น นกอินทรีดำ ไก่ฟ้าหน้าเขียว ไก่ป่า นกเขาเปล้าธรรมดา นกหว้า นกเงือกหัวหงอก นกเงือกปากดำ นกกก นกชนหิน นกโพระดกหลากสี นกพญาปากกว้างท้องแดง และนกกินปลี ฯลฯ รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานอีกด้วย หากใครที่ไปเที่ยวคงต้องระวังตัวกันด้วยขึ้นชื่อว่าเดินป่าแล้วทุกคนย่อมต้องมีการระวังตัวกันเป็นเรื่องธรรมดา

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับ อุทยานแห่งชาติเขาหลวง บอกตรงๆเลยว่าที่เที่ยวเยอะมาก คอเดินป่าไม่ควรพลาด เพราะยังมีอะไรอีกมากมายที่คุณควรไปสัมผัสด้วยตัวเอง ต่อให้เล่าก็เล่าไม่หมดแน่นอนว่ามีอะไรบ้าง ณ ตรงนี้ เพราะมันเยอะจริงๆ แถมไม่ว่าจะฤดูกาลไหนคุณก็สามารถไปเที่ยวได้