เปิดวาร์ป ร้านอร่อยริมทางบางแสน ต้องลองแล้วจะรัก

เปิดวาร์ป ร้านอร่อยริมทางบางแสน ต้องลองแล้วจะรัก

บางแสน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยววันหยุดที่คน กทม. นิยมแวะมาเที่ยวที่สุด
เพราะอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ บางคนอาจชอบมาเล่นน้ำ
บางคนก็ชอบแวะมาหาอาหารทะเลกินกัน แต่ที่เราจะแนะนำในวันนี้ เป็นร้านอร่อยๆ
ที่อยู่ริมทาง ที่เรารับรองว่าอร่อยเด็ดแบบคิดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ตามไปดูกันเลย
Andy’s Seafood
ร้านอาหารขวัญใจใครหลายๆ คน ที่เน้นวัตถุจัดเต็มชิ้นใหญ่สะใจ เมนูแนะนำ
ต้มจืดปลาหมึกยัดไส้ ปลาหมึกชิ้นหนาหมูสับคำใหญ่ รสชาติอร่อยเข้มข้นถูกใจ
เมนูอาหารจานเดียวสุดคุ้มจานละ 35 บาทเท่านั้น
พิกัด : ถนนบางแสนสาย 1 (หน้า 7-11 ปากซอย บางแสนสาย 1 ซอย1) แสนสุข ,
เมืองชลบุรี , ชลบุรี
เบอร์ติดต่อ : 087-134-1937, 089-052-1906
เวลาเปิดบริการ จันทร์ – เสาร์ : 17:00 – 01:00

ก๋วยจั๊บญวน วังมุขแลนด์
ก๋วยจั๊บญวนเส้นเหนียวนุ่มรสเด็ด ถือเป็นอีกเมนูเด็ดที่เราอยากแนะนำ
อร่อยกับซี่โครงหมู และหมูยอ น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ความเด็ดอยู่ที่เส้นและน้ำซุป
ทำได้อย่างคล่องคอ ใส่ไข่เจาะแล้วเยิ้มๆ อร่อยสุดๆ ในราคามิตรภาพ
นอกจากนี้ยังมีส้มตำรสเด็ดเป็นทางเลือกให้อร่อยกันได้อีก
พิกัด : ลงหาดบางแสน (ในหมู่บ้าน วังมุขแลนด์ (บางแสน)) แสนสุข , เมืองชลบุรี ,ชลบุรี
เบอร์ติดต่อ : 084-6645495
เวลาเปิดบริการ จันทร์ – อังคาร : 09:00 – 21:30, พุธ : 12:00 – 20:00, พฤหัสบดี :
09:00 – 21:30, ศุกร์ – เสาร์ : 12:00 – 20:00

เย็นตาโฟกั้งแม่เจริญ หนองมน
แค่เห็นชื่อร้านก็ตาลุกวาวแล้ว แนะนำให้ได้ลองรับรองต้องชอบ
กั้งเต็มชามแบบจัดเต็มถึงใจ แนะนำให้ลองสั่งเป็น ซุปเปอร์เย็นตาโฟ จัดเต็มเครื่อง
ใส่ทั้งเนื้อกั้ง, ปลาหมึก, ก้ามปู และกุ้งทอด, ลูกชิ้นปลา นอกจากนี้ยังมี
กะเพรากั้งเนื้อกั้งแน่น, ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เย็นตาโฟ ของทะเลสดใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้
ยังมีเมนูขนมจีน และหอยจ๊อ แวะไปตลาดหนองมนเมื่อไหร่ ต้องไปทานให้ได้
พิกัด : ถนน สุขุมวิท (ใกล้ธนาคาร SCB หนองมน) แสนสุข , เมืองชลบุรี , ชลบุรี
เบอร์ติดต่อ 038-745-714, 086-567-8967
เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 10:00 – 18:00…

จะไปเที่ยวทั้งที ควรเลือกที่พักแบบไหนให้เหมาะสมกับทริป

จะไปเที่ยวทั้งที ควรเลือกที่พักแบบไหนให้เหมาะสมกับทริป

การท่องเที่ยวถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ใครต่อใครต่างก็ชื่นชอบ
ไม่ว่าจะไปเที่ยวคนเดียว, ไปกับคู่รัก, ไปกับครอบครัว หรือว่าไปกับเพื่อนๆ ก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับทริปท่องเที่ยวก็คือที่พัก เราจะมีวิธีเลือกที่พักอย่างไรกันดี

ถ้าหากว่าทริปท่องเที่ยวนั้นๆ เป็นการไปเที่ยวในสถานที่ที่มีคนรู้จักอาศัยอยู่แล้ว
ถ้าเราสนิทมากพอที่จะขอไปพักในระยะเวลาสั้นๆ ได้ก็จะเป็นเรื่องดี
เพราะว่าจะช่วยประหยัดได้มากในแง่ของค่าใช้จ่าย
แต่บางครั้งบางคนก็อาจเกิดอาการกระอักกระอ่วนใจ
ไม่ค่อยอยากรบกวนคนรู้จักสักเท่าไหร่
เพราะอยากที่จะใช้พื้นที่ของที่พักกันอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องเกรงใจเจ้าของบ้าน
ถ้าเป็นอย่างนี้การจองที่พักก็น่าจะเหมาะสมมากกว่า

สำหรับคนที่ชอบการเที่ยวแบบลุยๆ หน่อย
ที่พักในแนวโฮมสเตย์หรือว่าเกสต์เฮ้าส์ก็ค่อนข้างจะเหมาะสม
เพราะว่ามีราคาไม่แพง ประหยัดงบประมาณเอาไว้ใช้ในส่วนอื่นได้ เช่น ค่าอาหาร
หรือว่าค่าเดินทาง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันอาจจะไม่ได้สะดวกสบายนัก
หลายที่ใช้ห้องน้ำรวม
อีกทั้งยังต้องมาเสี่ยงอีกว่าเพื่อนร่วมห้องในการพักแต่ละครั้งนั้นจะเป็นคนประเภท
ไหน ข้าวของเครื่องใช้จึงต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ถ้าคิดว่าพร้อมลุยก็ลองดูกันได้
เพราะจะเป็นประสบการณ์อีกแบบที่ไม่สามารถหาได้จากการพักในรูปแบบอื่นๆ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็คงเลือกที่จะพักตามที่พักต่างๆ ซึ่งก็มีหลายเกรด
อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
รวมถึงความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เราได้แพลนเอาไ
ว้
ทางที่ดีก่อนจองที่พักสักแห่งก็ควรดูรีวิวให้แน่ใจก่อนว่าที่พักแห่งนั้นเหมาะสมกับเ
รามากแค่ไหน เพื่อที่ว่าจองไปแล้วจะได้ไม่ต้องไปเซ็งเอาหน้างานตอนเช็คอิน

ที่พักที่ว่ามีหลายเกรดนั้น ก็ไล่ไปตั้งแต่แบบเบื้องต้น ราคาคืนละไม่กี่ร้อย
สิ่งอำนวยความสะดวกก็จะมีให้พอประมาณ เรียกได้ว่าพออยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน

เน้นเอาไว้นอนหลับพักผ่อนเป็นหลัก แล้วเซฟงบประมาณเอาไว้ใช้ส่วนอื่นแทน
ขณะที่ที่พักที่เกรดดีขึ้นมาหน่อยก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น
อยู่ในทำเลที่ดี รวมไปถึงวิวรอบๆ ที่พักก็อาจจะสวยงาม
เหมาะสำหรับการผ่อนคลายอย่างเต็มที่
ถ้าเกิดว่าต้องการใช้ที่พักเอาไว้รีแล็กซ์แล้วด้วยล่ะก็
การเลือกที่พักในเกรดนี้ก็คงเหมาะสมกว่าที่พักราคาประหยัด

ส่วนที่พักแพงๆ
ในส่วนนี้ต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมจ่ายโดยที่ไม่เดือดร้อนหรือไม่
เพราะว่ามันมีตั้งแต่ราคาหลายพันไปจนถึงหลายหมื่น
ที่พักในลักษณะนี้จะเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้า
เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นใช้ชีวิตในที่พักเป็นหลัก

นี่แหละคือคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการเลือกที่พักให้เหมาะสมกับทริป
คิดว่าน่าจะพอมีประโยชน์พอสมควรสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน…

3 ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปเยือนสักครั้ง

3 ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปเยือนสักครั้ง

ใกล้ถึงปลายปีเข้าไปทุกที ซึ่งเปรียบเสมือนเทศกาลท่องเที่ยวครั้งใหญ่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
และเชื่อว่าหลายคนเตรียมพร้อมที่จะเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆอย่างใจจดใจจ่อ
แต่หากคุณเบื่อการเที่ยวในประเทศ
และอยากเปลี่ยนบรรยากาศลองไปเยือนต่างแดนสักครั้งในปลายปีนี้ก็ถือเป็นความคิดที่ดี
และท้าทายไม่น้อย ซึงเราจะขอแนะนำ 3
ประเทศน่าท่องเที่ยวมาให้ได้ดูกันเผื่อจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ชิลี
เริ่มกันที่แรกอย่างชิลีที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งดินแดนในละตินอมเริกาที่มีสถานที่สวยงามมากมายกระจายอยู่ทั่
วประเทศยิ่งไปกว่านั้นยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่โอบล้อมประเทศไว้เมื่อภูมิประเทศของชิลีนั้นถูกล้อมไปด้
วยธรรมชาติอย่างเดียวถึง 4
ด้านเลยทีเดียวแถมยังเป็นธรรมชาติที่งดงามเสียด้วยเพราะฝั่งตะวันออกนั้นติดกับเทิอกเขาแอนดีส
ส่วนตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิค ส่วนทางเหนือติดทะเลทรายอาตากามา และทิศใต้ติดพาทาโกเนีย
ซึ่งเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ด้วยภูมิประเทศแบบนี้ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือน
เป็นจำนวนมากนอกจากนี้ภายในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นวิถีชีวิตผู้คนรวมไปถึงได้ชิมอาหารพื้นเมืองอีก
ด้วย
โปรตุเกส
นี่คือหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยความงดงามจากธรรมชาติรวมถึงสถาปัตยกรรมที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเล
ยทีเดียว
โดยที่นี่ถือเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมของโลกนั่นทำให้โปรตุ
เกสเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโลก
ซึ่งหากใครได้ไปเยือนจะสามารถเห็นโบราณสถานได้ตามสถานที่ต่างๆทั่วไปหลายแห่งเลยทีเดียวแถมอ
าหารที่นั่นรสชาติยอดเยี่ยมน่าจะถูกปากใครหลายคนที่สำคัญหากไปช่วงเทศกาลคริสมาสต์หรือปีใหม่คุ
ณอาจได้เฉลิมฉลองท่ามกลางต้นคริสมาสต์ยักษ์
ซึ่งที่นี่เขามีการจัดงานยิ่งใหญ่ในทุกปีจนทำให้มีนักท่องเที่ยวเลือกโปรตุเกสเป็นประเทศน่าเที่ยวไม่น้อยใ
นช่วงสิ้นปีอันใกล้จะถึงนี้
จิบูติ
หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าชื่อนี้มันเป็นประเทศหรือเปล่า และตั้งอยู่ที่ไหนทำไมถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
และที่นั่นมีอะไรบ้าง สำหรับจิบูติเป็นประเทศขนาดเล็กมากๆที่อยู่ติดกับเอธิโอเปีย
และประเทศโซมาเลียด้วยขนาดประเทศที่เบ็ก
และตั้งอยู่ในแอฟริกาดินแดนที่มีประเทศน้อยใหญ่มากมายจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะไม่เคยได้ยินชื่อปร
ะเทศนี้มาก่อนยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมีภูมิประเทศที่ดูแปลกตาอย่างทะเลทรายทั่วโลกจะเป็นสีน้ำตาลหรือออ
กแดงๆบ้างทว่าจิบูติกลับมีสีขาวโลพนจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี…

3 สุดยอดที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

3 สุดยอดที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

แน่นอนว่า จีน เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจเบอร์ต้นๆของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จมากมายในหลายหลายแง่ ที่สำคัญ ยังมีประชากรมากที่สุดในโลก ท่ามกลางข้อมูลดังกล่าว
ยิ่งแสดงให้เห็นว่า จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ 3 สถานที่ท่องแห่ง
แดนมังกร ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไป
เริ่มจาก The Great Wall หรือรู้จักกันในชื่อ กำแพงเมืองจีน เป็นสถานที่ ที่เชื่อว่าคนทั่วโลกต้องรู้จัก
เพราะนอกจากเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังมีอะไรที่น่าค้นหา โดยจุดเด่นของที่นี่ เป็นกำแพง
ที่มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร ก่อนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้
ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันชนเผ่าทางตอนเหนือ
ที่อาจเข้ามารุกรายในสมัยนั้น ที่สำคัญ ที่นี่ ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
ต่อมาเป็น Karst Mountains ที่ตั้งอยู่ในเมืองหยาวโจว โดยจุดเด่นของที่นี่
จะมีภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน รวมถึงระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยที่สุดแห่งนี้
ที่สำคัญ หากมาที่นี่ ยังสามารถมองเห็น หยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง กุ้ยหลิน
ที่ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ พระราชวังโปตาลา เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดและอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยตั้งอยู่ ณ
กรุงลาซา บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งปราสาทแห่งนี้มีลักษณะของวันซ้อนวัง สร้างเสร็จในปี 1648 ปัจจุบัน
กลายเป็น พิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวโปตาลา…

ท่องเที่ยว_ตะลุยแดนหมีขาวส่องชีวิตหลังม่านเหล็ก

ท่องเที่ยว_ตะลุยแดนหมีขาวส่องชีวิตหลังม่านเหล็ก

ในช่วงที่ผ่านมาประเทศที่หลายคนได้ยินการพูดชื่อเยอะที่สุดเห็นจะเป็นรัสเซีย
ก็แน่นอนว่าพวกเขายอมทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านบาทเพื่อเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ซึ่งจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง
ไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายอย่างที่ใครหลายคนกลัวกัน เพราะฉะนั้น ภาพลักษณ์ของประเทศรัสเซีย
ที่เคยคลุมเครือมานานตั้งแต่ยุคสมัยสงครามเย็น ก็จบลง
การเปิดเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งนี้เหมือนการเปิดประเทศของรัสเซียและเชื่อว่าในอนาคตจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในรั
สเซีย เยอะมากกว่าเมื่อก่อน
และสำหรับคนไทยประเทศรัสเซียนั้นถือว่าเป็นประเทศที่น่าไปเยือนซักครั้งไม่น้อยเหตุผลหลักๆคือค่าครองชีพพวกเขาไม่ได้โ
หดร้ายแบบยุโรป และที่สำคัญฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย อยากไปตอนไหนก็จองตั๋วไปได้เลย งานนี้ไม่ไปก็คงไม่ได้แล้ว
ที่ไหนก็ได้ที่เหมาะสำหรับการไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวที่สุด
เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้พบกับหิมะสีขาวละเอียดเหมือนปุยนุ่นแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ในรัสเซียยังสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในมอสโค เมืองหลวงของ รัสเซีย เที่ยว ได้หลายแห่งจริงๆ ในกรุงมอสโค
คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากมหาวิหารเซนต์เบซิล สัญลักษณ์ของรัสเซียที่มีจุดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร
อีกทั้งยังตั้งอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่น สามารถมองเห็นได้เด่นชัดที่สุดในจัตุรัสแดงอีกด้วย
และเมื่อนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินเข้าไปด้านในโบสถ์ ก็จะได้พบกับความน่าประหลาดใจที่ซ่อนอยู่หลังกำแพง
ซึ่งมีลักษณะเหมือนเขาวงกตที่ประกอบด้วยหอสวดมนต์ต่างๆ โดยสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์ก็คือหลังคาโดม
ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อของโดมหัวหอม ที่เต็มไปด้วยรูปแบบและสีสันที่สะดุดตา ทั้งลายทางสีแดงสลับขาว
วงก้นหอยสีแดงสลับเหลือง และโดมสูงสีทองบนยอด
นอกจากนี้พระราชวังเครมลิน เป็นพระราชวังที่สร้างอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควาค่ะ
ทั้งนี้พระราชเครมลินในอดีตนั้นเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซียมาก่อนนะคะ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นที่ทำการรัฐบาลในช่วงปฏิวัติเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ใหม่ๆ
ส่วนตอนนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของมอสโคไปแล้ว
ซึ่งภายในพระราชวังเครมลินนั้นประกอบไปด้วยปราสาท โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์ คลังแสง อาวุธยุทธภัณฑ์ หอคอย
ป้อมปราการ หอสูง ยอดแหลม และโดมมากมาย โดยมีกำแพงสูงล้อมรอบด้วยความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร
ที่สำคัญบนหอคอยในพระราชวังยังเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในมอสโคอีกด้วย…

สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางไป ต่างประเทศ

สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางไป ต่างประเทศ

เป็นเรื่องจริงที่ว่า การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแต่ละครั้งนั้น ต้องเตรียมความพร้อม
โดยสำหรับนักเดินทางใหม่ที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก
อาจจะหลงลืมสิ่งของและการเตรียมสิ่งของต่างๆ ดังนั้น
วันนี้บทความจะมาพูดถึงการเตรียมตัว

1.หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการไปเที่ยวต่างประเทศ แนะนำว่าควรจะพกใบถ่ายเอกสารหน้าพาสปอร์ตไว้ติดตัว
เวลาไปเช็คอินเข้าโรงแรมหรือทำอะไรจะได้ ไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตเล่มจริงขึ้นมาบ่อยๆ ทำให้หายง่าย
และหากพาสปอร์ตหาย เวลาไปติดต่อกงสุลจะง่ายและรวดเร็วกว่า โดยบางประเทศมักจะต้องการอายุพาสปอร์ต 6
เดือนจึงจะเดินทางได้ มีบางประเทศอย่าง ฮ่องกง มาเก๊า ขอเพียงแค่อายุพาสปอร์ตขาเข้าอย่างน้อย 1
เดือนเท่านั้น ก็เดินทางได้แล้ว

2. เช็คสภาพอากาศ
หากต้องไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ที่ซึ่งเราไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศ
จำเป็นต้องศึกษาสภาพอากาศของเมืองและประเทศที่เราจะไปให้ดีก่อน
เพื่อเราจะได้เตรียมเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องใช้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสภาพอากาศไปได้
แต่หากไปเที่ยวในประเทศโซนอเมริกาหรือยุโรป ที่มีอากาศแตกต่างมากในช่วงฤดูหนาว
ต้องเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางสัก 2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมการซื้อของใช้ที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม

3. ยาประจำตัว เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรลืม
เพราะในบางประเทศการจะซื้อยาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีคำสั่งจาก แพทย์
เพราะฉะนั้นยาจึงเป็นสิ่งสำคัญยามฉุกเฉิน ที่ควรพกติดตัวไปตลอดทริปการเดินทาง

4.แปลงหัวปลั๊ก แน่นอนว่าประเทศต่างๆ ปลั๊กที่ใช้เสียบก็ต้องไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นนักเดินทางทั้งหลายควรเตรียมพร้อมไป หรือทางที่ดี ควรพกที่แปลงหัวปลั๊กแบบครบวงจร
สามารถเชื่อมต่อกับปลั๊กได้ทุกประเทศ

5.ข้อมูลการท่องเที่ยว แผนที่ขนส่งมวลชน
หากเรามีการวางแผนเดินทางที่ดี จะช่วยกำหนดเวลาในการเดินทางระหว่างที่ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี
แต่ก้ยังมีระบบการซื้อตั๋วที่เราไม่คุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีมากมายหลายสายก็อาจทำให้สับสนได้เช่นกัน
ดังนั้นจึงควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่หลงทางให้เสียเวลา
และเพื่อการไปเที่ยวจะสนุกมากขึ้น โดยบางสถานที่อาจมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ติด ๆ กันเป็นโซน
เรียกว่าไปที่เดียวได้ทั้งความหลากหลายและคุณภาพ…

มาถนอมอาหารกันเถอะ วันนี้เสนอวิธีทำกล้วยฉาบ

มาถนอมอาหารกันเถอะ วันนี้เสนอวิธีทำกล้วยฉาบ

กล้วยฉาบหลากหลานรส ไม่ว่าจะเป็น รสหวาน รสเค็ม รสเนยการทำกล้วยฉาบ

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกกล้วยน้ำหว้าดิบ ด้วยมีดปอกเปลือก (มีดคู่)
2. นำกล้วยที่ปอกเปลือกให้หมดทั้งหวี ล้าง
และแช่ไว้ในน้ำสะอาดที่ผสมเกลือเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้กล้วยมีสีดำ) ตั้งพักไว้
3. ฝานกล้วยดิบเป็นแผ่นบาง ๆ ตาม ความยาวของผล ด้วยมีดคู่
แล้วนำกล้วยที่ฝานแล้วตากแดดเพื่อให้สามารถหยิบกล้วยได้ง่ายกล้วยจะไม่ติดกัน
4. ตั้งกระทะให้ร้อนเติมน้ำมันพืชลงในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนพอดี
มีควันลอยบ้างบางๆ ใส่กล้วยตามข้อ 3 ลงทอดในน้ำมันทันที
เมื่อกล้วยลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำมัน ให้หมั่นคนและ พลิกชิ้นกล้วยกลับให้ถูกน้ำมัน
เพื่อความร้อนสม่ำเสมอทั่วกันทุกชิ้น จนเหลืองดีแล้ว
ตักขึ้นใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำมัน ทำจนกระทั่งเสร็จ
สุกแล้วตักขึ้นใส่ตะแกรงเด็ดน้ำมัน ใส่ภาชนะที่สะอาดแล้ววางไว้ให้เย็น
5. แบ่งกล้วยที่ทอดแล้ว 3 ส่วน เพื่อทำกล้วยฉาบ รสหวาน รสเค็ม รสเนย

วิธีการทำกล้วยฉาบรสหวาน
1.นำกล้วยที่ฉาบแล้วมา 1 ส่วน
2.น้ำมันพืชสำหรับทอด 4 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
4.น้ำ 4 ถ้วยตวง
5.ใช้กระทะที่สะอาด ตั้งไฟเบาๆ ใส่น้ำตาล น้ำ ลงในกระทะนั้น
ต้มจนน้ำตาลละลาย และเคี่ยวต่ออีกครู่ จนน้ำตาลเหนียวเป็นเส้น
เมื่อใช้ช้อนจุ่มลงในน้ำเชื่อม แล้วยกช้อนขึ้น น้ำเชื่อมจะยืดตามมีดเป็นเส้น
6. ใส่กล้วยที่ทอดไว้ ลงในกระทะน้ำเชื่อมทันทีที่ยกลงจากเตา เคล้าเบา ๆ
ให้น้ำเชื่อมจับชิ้นกล้วยให้ทั่วถึง7. พักไว้จนเย็นสนิทและน้ำเชื่อมแห้งสนิทด้วย
จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุง

วิธีการทำกล้วยฉาบรสเค็ม
1. นำกระทะตั้งไฟร้อนกลาง ๆ ใส่น้ำ และเกลือ ลงในกระทะนั้น ต้มจนเกลือละลาย
และเคี่ยวต่ออีกครู่
2.นำกล้วยฉาบที่ฉาบแล้วใส่ลงไปในกะทะแล้วยกกะทะลงจากเตาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. นำมาพักไว้ในภาชนะจนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุง

กล้วยฉาบรสเนย
1. นำกระทะตั้งไฟร้อนกลาง ๆ ใส่เนย ๑ ทัพพีลงในกระทะ จนเนยละลาย
2.นำกล้วยฉาบที่ฉาบแล้วใส่ลงไปในกะทะแล้วยกกะทะลงจากเตาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. นำมาพักไว้ในภาชนะจนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุงหรือกล่อง…

3 แหล่งที่เที่ยวธรรมชาติของไต้หวันที่ต้องไปเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้สักครั้ง

3 แหล่งที่เที่ยวธรรมชาติของไต้หวันที่ต้องไปเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้สักครั้ง

ไต้หวันนอกจากจะเต็มไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งแหล่งของกินรวมไปถึงที่เที่ยวที่มีเรื่องราวในหน้าประวัติศาส
ตร์ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่จะทำให้ผู้คนหลงใหล
และรักไต้หวันมากขึ้นดังเช่น 3 ที่เที่ยวธรรมชาติที่เราได้นำมาฝากกัน
เกาะเผิงหู
เริ่มกันที่แรกกับเกาะเผิงหูแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเกาะก็ต้องนึกถึงทะเล
ซึ่งทะเลที่นี่จัดได้ว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดเลยทีเดียวน้ำมีความใสน่าเล่น
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือมีแนวหินรูปหัวใจเรียกกันอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะเผิงหูที่ไม่ว่าใครมาก็ต้อง
ขอมาถ่ายรูปบริเวณนี้กันทั้งนั้น
สำหรับเกาะเผิงหูตั้งอยู่ในแถบหมูเกาะช่องแคบของไต้หวันในเมืองหนานโถวซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างไต้
หวัน และประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งที่แห่งนี้มีเกาะน้อยใหญ่มากมายรวมแล้วมากถึง 100
เกาะเลยทีเดียวส่วนหาดทรายก็มีทรายสีขาวดูสะอาดตาไม่น้อยเลยทีเดียวแถมยังมีจุดให้นักท่องเที่ยวขึ้น
ไปชมวิวอีกหลายจุดทำให้มันกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวนั่นเอง
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
มาต่อกันที่ อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกที่หนึ่งที่ใครไปก็ไม่ควรพลาดจะแวะไปเยี่ยมเยียนสำหรับ
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ นั้นถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวันเลยทีเดียว
โดยมัยตั้งอยู่ในเมืองฮัวเหลียนอันเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด และสัตว์ป่าหลกหลายพันธุ์
โดยถือเป็นอุทยานที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากแถมยังมีน้ำตกที่กลายเป็นแลนมาร์คสำคัญของที่นี่
และช่วยให้ดููสวยงามมากขึ้นอีกด้วย โดยน้ำตกจะตกลลมาจากหน้าผาหน้าศาลเจ้า Changchun
ซึ่งถือเป็นสถานที่กราบไหว้บูชาของที่นี่ และทำให้วิวดูกับกำลังอยู่ในนิยายจีนเลยทีเดียว
ชายทะเลเหลาเหมย
มาต่อกันที่สุดท้ายกับ ชายทะเลเหลาเหมย
หากจะบอกว่าถานที่แห่งนี้เหมือนสถานที่ในเทพนิยายโบราณก็ว่าได้
เพราะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ให้ความสวยงามอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว
สำหรับชายทะเลเหลาเหมยอยู่ใกล้กับเมืองไทเปมีกลุ่มของโขดหินมากมายรายล้อมอยู่
และเป็นหินที่มีรูปร่างประหลาดดูเผินๆค่อนข้างคล้ายลักษณะของงูที่กำลังเลื้อยลงทะเลอันเกิดจากการเป
ลี่ยนแปลงธรรมชาติที่สะสมมานานนับพันๆปีนั่นเอง
โดยถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของหิน
และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนรักธรรมชาติที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง…

VT แหนมเนืองจากหนองคายสู่การขยายอาณาจักรทั่วประเทศ

VT แหนมเนืองจากหนองคายสู่การขยายอาณาจักรทั่วประเทศ

เดิมที คุณพ่อตวน แซ่โฮ และคุณแม่วี แซ่เรือง
เป็นชาวเวียดนามอพยพหนีสงครามอินโดจีนเข้ามาอาศัยอยู่ที่จ.หนองคายคุณพ่อ
เป็นลูกจ้างร้านทองคุณแม่รับจ้างหาบน้ำ
ขึ้นมาจกแม่น้ำโขงส่งขายตามบ้านท่านมีบุตรด้วยกัน8คนเป็นชาย3คนหญิง5คนทั้ง
สองท่านได้ต่อสู้ชีวิตด้วยความลำบาก จนกระทั่งลูกๆได้เริ่มโตขึ้นรายได้เริ่ม
ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ด้วยความขัดสนจึงคิดเปลี่ยนอาชีพใหม่
โดยคุณแแม่ได้ใช้วิชาทำอาหารเวียดนามที่เคยร่ำเรียนมาจากคุณยาย
บวกกับท่านมีรสมือในการประกอบอาหาร
จึงตัดสินใจทำอาหารเวียดนามจัดใส่สาแหรกหาบขายตามละแวกบ้าน
ด้วยความมานะอดทนหมั่น เก็บเล็กผสมน้อย เดินหาบขายเป็นเวลากว่า 10 ปี
ประมาณปี 2511 คุณพ่อตวนและคุณแม่วีจึงเก็บรวมเงินมาเช่าอาคารพาณิชย์ 1
คูหา ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน แดง แหนมเนืองในปัจุบัน กิจการในระยะแรกกนั้น
ยังคงทำกันแบบครอบครัว ลูกๆช่วยกันเตรียมของขาย ไม่ว่าจะเป็นการทำหมู
ล้างผัก หั่นเครื่อง จัดเสิร์ฟ บริการลูกค้า ลูกๆทุกคนช่วยกันทำ ตามหน้าที่
(ปัจจุบันกิจการของคุณพ่อและคุณแม่ได้เปิดดำเนินกิจการมากว่า 35 ปีแล้ว)
ในปี พ.ศ. 2529 คุณแม่ป่วยด้วยโรคหัวใจ
ไม่สามารถทำงานหนักได้จึงให้ลูกๆดำเนินกิจการแทน ในวันที่ 9 พ.ย. พ.ศ.2540
คุณทอง ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่สองและคุณติ๊กน้องสาว ได้หาทำเลที่จังหวัดอุดรธานี
เพื่อเปิดร้านแหนมเนือง โดยใช้ชื่อว่า VT แหนมเนือง ที่มาของชื่อร้าน วี(V)
มาจากชื่อคุณแม่วี และ ที (T) มาจากชื่อคุณพ่อตวน ซึ่งท่านเป็นหัว
เรื่อใหญ่ในการจัดหาวัตถุดิบส่งให้ทางร้าน
โดยมีโรงงานผลิตอยู่ที่จังหวัดหนองคาย วัตถุดิบต่างๆนี้ จะทำการจัดส่งให้
กับทางร้านทุกวัน ร้าน VT แหนมเนืองตั้งขึ้นแต่เดิมมี 3 คูหา
ดำเนินกิจการมาจวบจนปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า10ปีด้วยลูกค้าที่มาทานที่ร้าน
หรือซื้อเป็นของฝากบอกต่อกันทำให้ทางร้าน มีกิจการที่ดีขึ้น เรื่อยๆ
จนต้องขยายร้านออกไปอีก เพื่อ รองรับลูกค้า ทางร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่
6.00 – 20.30 น. และยังจัดเลี้ยงกรุ๊ปทัวร์ รับจัดส่งสินค้าออกต่างจังหวัด…

3 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

3 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

แน่นอนว่า จีน เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจเบอร์ต้นๆของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จมากมายในหลายหลายแง่ ที่สำคัญ ยังมีประชากรมากที่สุดในโลก ท่ามกลางข้อมูลดังกล่าว
ยิ่งแสดงให้เห็นว่า จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ 3 สถานที่ท่องแห่ง
แดนมังกร ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไป
เริ่มจาก The Great Wall หรือรู้จักกันในชื่อ กำแพงเมืองจีน เป็นสถานที่ ที่เชื่อว่าคนทั่วโลกต้องรู้จัก
เพราะนอกจากเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังมีอะไรที่น่าค้นหา โดยจุดเด่นของที่นี่ เป็นกำแพง
ที่มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร ก่อนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้
ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันชนเผ่าทางตอนเหนือ
ที่อาจเข้ามารุกรายในสมัยนั้น ที่สำคัญ ที่นี่ ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
ต่อมาเป็น Karst Mountains ที่ตั้งอยู่ในเมืองหยาวโจว โดยจุดเด่นของที่นี่
จะมีภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน รวมถึงระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยที่สุดแห่งนี้
ที่สำคัญ หากมาที่นี่ ยังสามารถมองเห็น หยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง กุ้ยหลิน
ที่ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ พระราชวังโปตาลา เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดและอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยตั้งอยู่ ณ
กรุงลาซา บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งปราสาทแห่งนี้มีลักษณะของวันซ้อนวัง สร้างเสร็จในปี 1648 ปัจจุบัน
กลายเป็น พิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวโปตาลา
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากที่เรายกตัวอย่างมาแล้วนั้น เรามั่นใจว่า ประเทศจีน ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
ที่รอให้ทุกคนไปค้นหาอยู่…