จะไปเที่ยวทั้งที ควรเลือกที่พักแบบไหนให้เหมาะสมกับทริป

จะไปเที่ยวทั้งที ควรเลือกที่พักแบบไหนให้เหมาะสมกับทริป

การท่องเที่ยวถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ใครต่อใครต่างก็ชื่นชอบ
ไม่ว่าจะไปเที่ยวคนเดียว, ไปกับคู่รัก, ไปกับครอบครัว หรือว่าไปกับเพื่อนๆ ก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับทริปท่องเที่ยวก็คือที่พัก เราจะมีวิธีเลือกที่พักอย่างไรกันดี

ถ้าหากว่าทริปท่องเที่ยวนั้นๆ เป็นการไปเที่ยวในสถานที่ที่มีคนรู้จักอาศัยอยู่แล้ว
ถ้าเราสนิทมากพอที่จะขอไปพักในระยะเวลาสั้นๆ ได้ก็จะเป็นเรื่องดี
เพราะว่าจะช่วยประหยัดได้มากในแง่ของค่าใช้จ่าย
แต่บางครั้งบางคนก็อาจเกิดอาการกระอักกระอ่วนใจ
ไม่ค่อยอยากรบกวนคนรู้จักสักเท่าไหร่
เพราะอยากที่จะใช้พื้นที่ของที่พักกันอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องเกรงใจเจ้าของบ้าน
ถ้าเป็นอย่างนี้การจองที่พักก็น่าจะเหมาะสมมากกว่า

สำหรับคนที่ชอบการเที่ยวแบบลุยๆ หน่อย
ที่พักในแนวโฮมสเตย์หรือว่าเกสต์เฮ้าส์ก็ค่อนข้างจะเหมาะสม
เพราะว่ามีราคาไม่แพง ประหยัดงบประมาณเอาไว้ใช้ในส่วนอื่นได้ เช่น ค่าอาหาร
หรือว่าค่าเดินทาง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันอาจจะไม่ได้สะดวกสบายนัก
หลายที่ใช้ห้องน้ำรวม
อีกทั้งยังต้องมาเสี่ยงอีกว่าเพื่อนร่วมห้องในการพักแต่ละครั้งนั้นจะเป็นคนประเภท
ไหน ข้าวของเครื่องใช้จึงต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ถ้าคิดว่าพร้อมลุยก็ลองดูกันได้
เพราะจะเป็นประสบการณ์อีกแบบที่ไม่สามารถหาได้จากการพักในรูปแบบอื่นๆ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็คงเลือกที่จะพักตามที่พักต่างๆ ซึ่งก็มีหลายเกรด
อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
รวมถึงความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เราได้แพลนเอาไ
ว้
ทางที่ดีก่อนจองที่พักสักแห่งก็ควรดูรีวิวให้แน่ใจก่อนว่าที่พักแห่งนั้นเหมาะสมกับเ
รามากแค่ไหน เพื่อที่ว่าจองไปแล้วจะได้ไม่ต้องไปเซ็งเอาหน้างานตอนเช็คอิน

ที่พักที่ว่ามีหลายเกรดนั้น ก็ไล่ไปตั้งแต่แบบเบื้องต้น ราคาคืนละไม่กี่ร้อย
สิ่งอำนวยความสะดวกก็จะมีให้พอประมาณ เรียกได้ว่าพออยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน

เน้นเอาไว้นอนหลับพักผ่อนเป็นหลัก แล้วเซฟงบประมาณเอาไว้ใช้ส่วนอื่นแทน
ขณะที่ที่พักที่เกรดดีขึ้นมาหน่อยก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น
อยู่ในทำเลที่ดี รวมไปถึงวิวรอบๆ ที่พักก็อาจจะสวยงาม
เหมาะสำหรับการผ่อนคลายอย่างเต็มที่
ถ้าเกิดว่าต้องการใช้ที่พักเอาไว้รีแล็กซ์แล้วด้วยล่ะก็
การเลือกที่พักในเกรดนี้ก็คงเหมาะสมกว่าที่พักราคาประหยัด

ส่วนที่พักแพงๆ
ในส่วนนี้ต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมจ่ายโดยที่ไม่เดือดร้อนหรือไม่
เพราะว่ามันมีตั้งแต่ราคาหลายพันไปจนถึงหลายหมื่น
ที่พักในลักษณะนี้จะเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้า
เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นใช้ชีวิตในที่พักเป็นหลัก

นี่แหละคือคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการเลือกที่พักให้เหมาะสมกับทริป
คิดว่าน่าจะพอมีประโยชน์พอสมควรสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน…

5สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อต้องเดินทางไป ตปท.

5สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อต้องเดินทางไป ตปท.

การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแต่ละครั้งนั้น สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือ ต้องเตรียมความพร้อม
โดยสำหรับนักเดินทางใหม่ที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป้นครั้งแรก
อาจจะหลงลืมสิ่งของและการเตรียมสิ่งของต่างๆ ดังนั้นวันนี้บทความจะมาพูดถึงการเตรียมตัว
1.หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการไปเที่ยวต่างประเทศ แนะนำว่าควรจะพกใบถ่ายเอกสารหน้าพาสปอร์ตไว้ติดตัว
เวลาไปเช็คอินเข้าโรงแรมหรือทำอะไรจะได้ ไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตเล่มจริงขึ้นมาบ่อยๆ ทำให้หายง่าย
และหากพาสปอร์ตหาย เวลาไปติดต่อกงสุลจะง่ายและรวดเร็วกว่า โดยบางประเทศมักจะต้องการอายุพาสปอร์ต 6
เดือนจึงจะเดินทางได้ มีบางประเทศอย่าง ฮ่องกง มาเก๊า ขอเพียงแค่อายุพาสปอร์ตขาเข้าอย่างน้อย 1
เดือนเท่านั้น ก็เดินทางได้แล้ว
2. เช็คสภาพอากาศ
หากต้องไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ที่ซึ่งเราไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศ
จำเป็นต้องศึกษาสภาพอากาศของเมืองและประเทศที่เราจะไปให้ดีก่อน
เพื่อเราจะได้เตรียมเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องใช้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสภาพอากาศไปได้
แต่หากไปเที่ยวในประเทศโซนอเมริกาหรือยุโรป ที่มีอากาศแตกต่างมากในช่วงฤดูหนาว
ต้องเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางสัก 2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมการซื้อของใช้ที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม
3. ยาประจำตัว เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรลืม
เพราะในบางประเทศการจะซื้อยาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีคำสั่งจาก แพทย์
เพราะฉะนั้นยาจึงเป็นสิ่งสำคัญยามฉุกเฉิน ที่ควรพกติดตัวไปตลอดทริปการเดินทาง
4.แปลงหัวปลั๊ก แน่นอนว่าประเทศต่างๆ ปลั๊กที่ใช้เสียบก็ต้องไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นนักเดินทางทั้งหลายควรเตรียมพร้อมไป หรือทางที่ดี ควรพกที่แปลงหัวปลั๊กแบบครบวงจร
สามารถเชื่อมต่อกับปลั๊กได้ทุกประเทศ
5.ข้อมูลการท่องเที่ยว แผนที่ขนส่งมวลชน
หากเรามีการวางแผนเดินทางที่ดี จะช่วยกำหนดเวลาในการเดินทางระหว่างที่ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี
แต่ก้ยังมีระบบการซื้อตั๋วที่เราไม่คุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีมากมายหลายสายก็อาจทำให้สับสนได้เช่นกัน
ดังนั้นจึงควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่หลงทางให้เสียเวลา
และเพื่อการไปเที่ยวจะสนุกมากขึ้น โดยบางสถานที่อาจมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ติด ๆ กันเป็นโซน
เรียกว่าไปที่เดียวได้ทั้งความหลากหลายและคุณภาพ…

สายเฮลตี้ต้องมาอ่าน สูตรน้ำผักผลไม้แสนอร่อย

สายเฮลตี้ต้องมาอ่าน สูตรน้ำผักผลไม้แสนอร่อย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้
คนเจ็บป่วยเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยกันมาก
เนื่องจากสภาวะแวดล้อม
รวมถึงอาหารการกินที่เป็นสาเหตุให้เราเจ็บป่วย
วันนี้เรามีสูตรน้ำผักผลไม้ปั่นมาฝากกัน ทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์
รวมถึงเป็นเครื่องดื่มที่สุดยอดของคนลดน้ำหนักด้วย
แบบนี้จะพลาดได้ไงล่ะคะ มาอ่านและลองทำตามกันดูนะ
น้ำปวยเล้งและแอปเปิลเขียวปั่น
ผักปวยเล้งมีสรรพคุณในการบำรุงเลือด
เป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินซี วิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง
ซึ่งวิตามินซีก็มีประโยชน์ในกระบวนการทำงานของระบบเผาผลาญ
ส่วนแอปเปิลเขียวก็เป็นผลไม้ไฟเบอร์สูงที่ช่วยลดความอ้วนอยู่แล้วส่วนผสม
• ปวยเล้งประมาณ 1 กำมือ
• แอปเปิลเขียวหั่นเต๋า 1 ลูก
• น้ำสะอาด 1 แก้วกาแฟ
วิธีทำ
1. ล้างปวยเล้งและแอปเปิลเขียวให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
2. จากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด
3. เทน้ำผัก-ผลไม่ปั่นใส่แก้ว
สามารถเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้เทใส่แก้ว พร้อมดื่มน้ำผักผลไม้รวมสีส้ม
ใครมีแครอทหยิบออกมาปอกเปลือกหั่นแท่งรอเลย
เมนูน้ำผักผลไม้สีส้ม
สูตรนี้นอกจากใส่แครอทแล้วยังเพิ่มคุณค่าจากผลไม้วิตามินซีเพียบ
อย่างเช่น เสาวรส สับปะรด และส้ม ไม่ต้องใส่น้ำตาลรสหวานธรรมชาติ สีส้มสวยชวนดื่ม
ส่วนผสม
• แครอท 1 หัว
• เสาวรส 1 ลูก
• เนื้อสับปะรด 1 ถ้วย
• ส้มซันคิสต์ 1 ลูก
วิธีทำ
1.ปอกเปลือกแครอทออกนำไปล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแท่งยาวๆ เตรียมไว้
2. ผ่าครึ่งเสาวรสตักเอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้
3. ปอกเปลือกสับปะรดหั่นเอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้
4. ผ่าส้มซันคิสต์เป็น 4 ส่วน ลอกเอาเปลือกออก เอาเฉพาะเนื้อเตรียมไว้
5. ใส่ผักและผลไม้ทุกอย่างลงไปในเครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก
เทใส่แก้วพร้อมดื่ม หรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มน้ำมะเขือเทศและแตงกวาปั่น
นอกจากสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยแล้วมะเขือเทศยังมีความฉ่ำน้ำ
และยังพกสรรพคุณในการลดน้ำหนักมาไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อยๆ
สรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย
และสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในเลือดก็ได้
ส่วนแตงกว่าก็มีความฉ่ำน้ำ
ช่วยอำนวยความสะดวกให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติดียิ่งขึ้น
ส่วนผสม
• มะเขือเทศ 2 ลูก
• แตงกวา 1+1/2 ลูก
วิธีทำ
1. ล้างส่วนผสมให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
จากนั้นนำแตงกวาลงไปปั่นก่อน
2.เมื่อแตงกวาเริ่มละเอียดให้ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปปั่นรวมกัน
3. ปั่นต่อจนมะเขือเทศและแตงกวาเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้วพร้อมดื่ม
น้ำแครอท ขิงและแอปเปิลเขียวปั่น
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อนแฝงอยู่
ด้วยเหตุผลนี้จึงช่วยกระตุ้นได้ทั้งระบบย่อยอาหารและเร่งระดับ
การเผาผลาญไขมันในร่างกายไปในคราวเดียวกัน
และเมื่อผสานพลังกับแครอทที่มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูง
ก็จะทำให้รู้สึกอิ่มอยู่ท้องได้นานขึ้น
อีกทั้งน้ำตาลในผลไม้อย่างแอปเปิลเขียวยังช่วยคงระดับน้ำตาล
ในเลือดให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ อีกด้วยนะคะ
ส่วนผสม
• แครอท 1 หัว
• ขิง 1 แง่งเล็ก
• แอปเปิลเขียว 1 ลูก
• น้ำต้มสุก 1 แก้วกาแฟ
วิธีทำ
1. ปอกเปลือกขิงและแครอท
จากนั้นล้างส่วนผสมทั้งหมดให้สะอาด
2. นำแครอทไปต้มให้พอสุก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
3. หั่นขิงและแอปเปิลเขียวเป็นชิ้นเล็ก ๆ
4. ปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนเข้ากันดี เทใส่แก้วพร้อมดื่ม
น้ำแอปเปิล ผักกาดหอมและน้ำมะนาว
ถ้าจะให้ดีสามารถผสมทั้งแอปเปิลเขียวและแอปเปิลแดงไปเลยก็
ได้ค่ะ จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่หลากหลายมากขึ้น
ส่วนในเรื่องของไฟเบอร์นั้น
ทั้งแอปเปิลและผักกาดหอมก็มอบให้เราได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว
ไหนจะวิตามินหลากชนิดในผักกาดหอมที่มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบย่อยอาหารแลระบบเผาผลาญอีก
ส่วนน้ำมะนาวก็มีประโยชน์ในการช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเบิร์นไขมันได้มากขึ้น
แถมมะนาวยังมีสรรพคุณช่วยสกัดสารพิษในร่างกายไม่ให้ตกค้างจนเกิดอาการบวมตามจุดต่าง ๆ ได้อีกต่างหากจ้า
ส่วนผสม
• แอปเปิลเขียวหรือแดงก็ได้ 1 ลูก
• ผักกาดหอมประมาณ 4-5 ใบ
• น้ำมะนาว 1 ลูก
วิธีทำ
1. ล้างส่วนผสมทุกอย่างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆเตรียมไว้
2. นำแอปเปิลไปปั่นให้ละเอียดพอประมาณก่อน
จากนั้นเติมผักกาดหอมที่หั่นไว้ลงไป ตามด้วยน้ำมะนาวคั้นสด
3. ปั่นต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
ลองไปทำกันดูนะคะ ดื่มบ่อยๆมีประโยชน์ ร่างกาย
สุขภาพจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยเชียวล่ะ ถ้าได้ผลดีๆยังไง
ลองมาเล่าให้เราฟังบ้างนะคะ…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : กุ้งนอนแห

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : กุ้งนอนแห

กุ้งนอนแห เป็นอาหารไทยโบราณที่ประยุกต์มาจาก ล่าเตียง
โดยการนำตารางไข่มาห่อกุ้งแทนไส้หมูปรุงรส ที่ห่อเป็นคำๆ สวยงาม กินได้สะดวก มีรสอร่อย
สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงฝีมือและความตั้งใจของผู้ทำได้เป็นอย่างดี
กุ้งนอนแห จึงเป็นอาหารว่างที่น่าตาน่ารับประทาน
และเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในโอกาสพิเศษเพราะมีกรรมวิธีการปรุงที่พิถีพิถันประณีต ไล่ตั้งแต่การเลือกกุ้ง
กุ้งต้องสด และตัวเท่ากัน แนะนำให้ใช้ กุ้งชีแฮ้ จะดีกว่า กุ้งกุลาดำ
เพราะ กุ้งกุลาดำ เนื้อจะเหนียว แม้มีสีสันสวยกว่าก็จริง
แต่เวลานึ่งต้องใช้น้ำเดือดไฟแรง ทำให้ต้องนึ่งกุ้งนาน
ยิ่งทำให้เนื้อกุ้งเหนียวมากขึ้นไปอีก ผิดกับ กุ้งชีแฮ้ ที่เนื้อนุ่มกว่า
ไม่ต้องเสียเวลานึ่งนาน แถมรับประทานอร่อยกว่า
ส่วนการทำไข่ตาราง ต้องโรยด้วยกรวยโลหะหรือใบตอง
จะสะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้นิ้วมือแล้วสะบัดไข่ให้เป็นเส้น
ไฟที่ใช้ในการทำก็ต้องใช้ไฟกลาง ถ้าไฟแรงไข่จะไหม้และกรอบ
ทำให้ห่อไม่ได้ ดังนั้น ไข่ตารางที่ดี เส้นต้องตรงและนุ่มช่วยให้ห่อง่าย
ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว อาหารว่างไทยโบราณอย่าง กุ้งนอนแห
จะเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด แต่ถ้าเสิร์ฟกับน้ำชา ก็ไม่ต้องใช้น้ำจิ้ม
กระนั้นต้องหมักกุ้งกับรากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกก่อน
ตัวกุ้งจึงจะมีรสชาติที่เข้มข้น และควรใช้กุ้งตัวเล็กๆ
ว่าแล้วเรามาดูขั้นตอนการทำ กุ้งนอนแห กันเลยดีกว่า
เริ่มจากการเตรียมเครื่องปรุง ไล่ตั้งแต่ กุ้งชีแฮ้ตัวใหญ่ 10 ตัว,
หมูสับ 1/4 ถ้วย, กุ้งบด 1/4 ถ้วย, ไข่ไก่ 4 ฟอง,
รากผักชีโขลกละเอียด 1 ช้อนชา, กระเทียมโขลกละเอียด 5 กลีบ,
พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา และ เกลือป่น 1 ช้อนชา
ขั้นตอนการทำ กุ้งนอนแห เริ่มจากล้างกุ้ง แกะเปลือก
เด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังตลอด ดึงเส้นดำออก
จากนั้นเคล้าด้วยน้ำมะนาว 1 ช้อนชา วางพักไว้
แล้วจึงหันไปผสมหมูสับ กุ้งบด รากผักชี กระเทียม พริกไทย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา เข้าด้วยกัน
เมื่อได้ส่วนประกอบสำคัญแล้ว
ก็วางกุ้งพร้อมตักส่วนผสมใส่ตรงกลางประมาณ 2-3 ช้อนชา
ทำแบบนี้จนครบทั้ง 10 ตัว เกลี่ยให้ส่วนผสมทั่วกัน
วางเรียงลงในถาด นึ่งไฟแรง 10 นาที พอสุกจึงเอาออกจากเตา
พอเสร็จแล้วหันไปต่อยไข่ใส่ถ้วย ใส่เกลือที่เหลือ
ตีเข้าด้วยกัน โรยไข่เป็นเส้นในกระทะที่ทาน้ำมันบางๆ เป็นตาราง
ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอห่อกุ้ง นำไข่มาห่อกุ้งที่นึ่ง
จัดลงในจาน รับประทานกับน้ำจิ้ม เป็นอันเรียบร้อย
ส่วนเครื่องปรุงน้ำจิ้มของเมนูอาหารไทยโบราณ กุ้งนอนแห
กอปรด้วย ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ,
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
นำทั้งหมดลงในหม้อ คนให้ทั่ว ตั้งไฟพอร้อนแล้วยกลงรับรองอร่อยเหาะ…

3 ที่พักไทเป-ไต้หวันใกล้แนวรถไฟฟ้าราคาไม่แพงแถมคุ้มค่าเกินราคา

3 ที่พักไทเป-ไต้หวันใกล้แนวรถไฟฟ้าราคาไม่แพงแถมคุ้มค่าเกินราคา

คงจะดีไม่น้อยหากเราไปเที่ยวยังต่างแดนแล้วสามารถหาที่พักใกล้กับแนวรถไฟฟ้าได้
นั่นเพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเจอในต่างแดนคือการหลงทาง ซึ่งจะนั่งรถแท็กซี่ราคาก็แพง
และอาจทำให้งบการเที่ยวของคุณในครั้งนั้นบานปลายไปไกลจนผิดแผน
ซึ่งการได้ที่พักใกล้รถไฟฟ้ายังหลีกเลี่ยงการจราจรอันแน่นในเมืองต่างๆได้ดีอีกด้วย และนี่คือ 3 โรงแรมที่พักน่าเข้าพักในไทเปที่เราอยากมาแนะนำให้คุณได้ชมกัน

ซันไรส์ บิสซิเนส โฮเต็ล
สำหรับ ซันไรส์ บิสซิเนส โฮเต็ล จัดเป็นโรงแรมขนาดกลางโดยมีห้องเปิดให้บริการมากถึง 48
ห้องเลยทีเดียว ซึ่งตัวของห้องเองมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตามาตรฐานไม่เล้ก
และไม่ใหญ่จนเกินไปแถมยังสะอาดไม่สกปรกอีกทั้งการตกแต่งยังให้ความสวยงามดูน่าเข้าพักอย่างมาก
ส่วนเรื่องของการเดินทางก็เพียงนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีหลักไทเปเดินออกมาทางออก Z10
และเลี้ยวขวามาอีกประมาณ 100-150 เมตรก็จะเจอซันไรส์ บิสซิเนส โฮเต็ล ตั้งตระหว่างอยู่
นอกจากนี้โณงแรมยังติดกับร้านสะดวกแฟมิลี่มาร์ทอีกด้วยทำให้ไม่ต้องกังวลแม้จะเกิดความหิวยามดึกส่วนราคาค่าเข้าพักก็เริ่มต้นที่ 2000 ต่อคืน

รอยัล ซีซัน ไทเป นานจิง
มาต่อกันโรงแรมที่สองกับรอยัล ซีซัน ไทเป
นานจิงขนาดของโรงแรมนี้ใหญ่ทีเดียวมีห้องพักเปิดบริการมากกว่าร้อยห้องราคาตกประมาณ 3000บาทต่อคืน
สำหรับโรงแรมแห่งนี้มีความโดดเด่นอย่างมากในการตกแต่ง
โดยดีไซน์การออกแบบไปทางยุโรปที่มีเฟอร์นิเจอร์สวยงามตามแบบฉบับตะวันตกแถมเตียงในห้องพักแต่ละห้องก็ใหญ่
และดูสวยงามเรียกได้ว่าใครที่เป็นคนนอนดิ้นไม่ต้องห่วงเรื่องตกเตียงกันเลยทีเดียวนอกากนี้ยังมีบริการอื่นๆ
อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นห้องฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันแถมห้องรับประทานอาหารก็ดูหรูหราสุดๆ
และมีคสามเป็นครัวยุโรปอย่างมาก ซึ่งการมาพักที่นี่จะสร้างความประทับใจให้คุณได้อย่างแน่นอน

หนีห่าว แอท ไทเป
จัดเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่จัดการพื้นที่ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่าและสวยงามอย่างมากสำหรับโรงแรมหนีห่าว
แอท ไทเป โดยการมาที่นี่เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีไทเปออกทางเดิน M3 ระยะทางแค่ 50
เมตรเดินต่อมาก็จะถึงโรงแรมหนีห่าว แอท
ไทเปหาได้ไม่ยากแถมความต้องการพื้นฐานที่นี่เขามีบริการให้ครบไม่ว่าจะเป็นไวไฟฟรีหรือห้อวรับรอง
ต่างๆก็มีเพียบแถมห้องพักด้านในถูกออกแบบให้มีโซนนั่งชิลๆอีกทั้งเตียงยังพิเศษไม่เหมือนที่อื่นเพราะเป็นเตียงสองชั้นนั่นเอง…

3 ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปเยือนสักครั้ง

3 ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปเยือนสักครั้ง

ใกล้ถึงปลายปีเข้าไปทุกที ซึ่งเปรียบเสมือนเทศกาลท่องเที่ยวครั้งใหญ่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
และเชื่อว่าหลายคนเตรียมพร้อมที่จะเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆอย่างใจจดใจจ่อ
แต่หากคุณเบื่อการเที่ยวในประเทศ
และอยากเปลี่ยนบรรยากาศลองไปเยือนต่างแดนสักครั้งในปลายปีนี้ก็ถือเป็นความคิดที่ดี
และท้าทายไม่น้อย ซึงเราจะขอแนะนำ 3
ประเทศน่าท่องเที่ยวมาให้ได้ดูกันเผื่อจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ชิลี
เริ่มกันที่แรกอย่างชิลีที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งดินแดนในละตินอมเริกาที่มีสถานที่สวยงามมากมายกระจายอยู่ทั่
วประเทศยิ่งไปกว่านั้นยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่โอบล้อมประเทศไว้เมื่อภูมิประเทศของชิลีนั้นถูกล้อมไปด้
วยธรรมชาติอย่างเดียวถึง 4
ด้านเลยทีเดียวแถมยังเป็นธรรมชาติที่งดงามเสียด้วยเพราะฝั่งตะวันออกนั้นติดกับเทิอกเขาแอนดีส
ส่วนตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิค ส่วนทางเหนือติดทะเลทรายอาตากามา และทิศใต้ติดพาทาโกเนีย
ซึ่งเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ด้วยภูมิประเทศแบบนี้ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือน
เป็นจำนวนมากนอกจากนี้ภายในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นวิถีชีวิตผู้คนรวมไปถึงได้ชิมอาหารพื้นเมืองอีก
ด้วย
โปรตุเกส
นี่คือหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยความงดงามจากธรรมชาติรวมถึงสถาปัตยกรรมที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเล
ยทีเดียว
โดยที่นี่ถือเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมของโลกนั่นทำให้โปรตุ
เกสเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโลก
ซึ่งหากใครได้ไปเยือนจะสามารถเห็นโบราณสถานได้ตามสถานที่ต่างๆทั่วไปหลายแห่งเลยทีเดียวแถมอ
าหารที่นั่นรสชาติยอดเยี่ยมน่าจะถูกปากใครหลายคนที่สำคัญหากไปช่วงเทศกาลคริสมาสต์หรือปีใหม่คุ
ณอาจได้เฉลิมฉลองท่ามกลางต้นคริสมาสต์ยักษ์
ซึ่งที่นี่เขามีการจัดงานยิ่งใหญ่ในทุกปีจนทำให้มีนักท่องเที่ยวเลือกโปรตุเกสเป็นประเทศน่าเที่ยวไม่น้อยใ
นช่วงสิ้นปีอันใกล้จะถึงนี้
จิบูติ
หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าชื่อนี้มันเป็นประเทศหรือเปล่า และตั้งอยู่ที่ไหนทำไมถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
และที่นั่นมีอะไรบ้าง สำหรับจิบูติเป็นประเทศขนาดเล็กมากๆที่อยู่ติดกับเอธิโอเปีย
และประเทศโซมาเลียด้วยขนาดประเทศที่เบ็ก
และตั้งอยู่ในแอฟริกาดินแดนที่มีประเทศน้อยใหญ่มากมายจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะไม่เคยได้ยินชื่อปร
ะเทศนี้มาก่อนยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมีภูมิประเทศที่ดูแปลกตาอย่างทะเลทรายทั่วโลกจะเป็นสีน้ำตาลหรือออ
กแดงๆบ้างทว่าจิบูติกลับมีสีขาวโลพนจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี…

แนะนำ 2 ห้างดังที่เปรียบเหมือนสวรรค์ของคนทำงาน

แนะนำ 2 ห้างดังที่เปรียบเหมือนสวรรค์ของคนทำงาน

ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมายที่มักนิยมไปนั่งทำงานกันตามร้านกาแฟต่างๆ
ซึ่งเป็นภาพที่สามารถพบเห็นได้จนชินตา
แม้จะมีคนบางกลุ่มไม่เข้าใจถึงลักษณะการทำงานดังกล่าวพร้อมมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าคนอื่นๆที่ต้อง
การมาซื้อกาแฟจริงๆไม่มีที่ให้นั่งหรือไม่ได้รับการบริการที่ดีพอ
แต่ในความเป็นจริงทางร้านกาแฟบางแห่งเต็มใจที่จะเปิดให้บริการกลุ่มลูกค้าโคเวิร์คกิ้ง
ซึ่งในทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงร้านกาแฟเท่านั้นหากแต่รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่เปลี่ยนโฉมการทำ
ธุรกิจห้างแบบใหม่ให้กลายเป็นห้างที่มีพื้นที่สำหรับโคเวิร์คกิ้งในพื้นที่ของห้าง เราจึงขอหยิบ 2
ห้างดังที่ตรงกับประเภทที่เรากล่าวถึงมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน

เดอะ สตรีท รัชดา
หากใครเคยไปรับรองได้ว่าต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน หากมองในภาพอื่น เดอะ สตรีท รัชดา
ถือเป็นหนึ่งในห้างที่โดดเด่นเรื่องอาหารการกิน
เพราะที่นี่มีร้านอาหารมากมายหลายแบรนด์รวบรวมมาไว้ในที่เดียวไม่ว่าจะเป็นฟาสฟู้ดส์ ชาบู
ผิ้งย่างก็ล้วนมีครบ นอกจากร้านอาหารแล้วยังมีร้านกาแฟ และคาเฟ่ต่างๆอีกด้วย
นอกจากนี้ด้านล่างของห้างก็มีฟูดแลนด์ที่รวมอาหารหลากหลายชาติให้ได้ซื้อกันที่สำคัญยังมีร้านคราฟเบียร์ยอดฮิต
มาเปิดบริการด้านล่างด้วยจึงไม่แปลกที่จะทำให้ห้างนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในย่านรัชดา
จนมีผู้คนเข้ามาใช้บริการมากมาย และอีกหนึ่งจึดเด่นมากที่สุดคือมีร้านบางแห่งเปิดบริการ 24ชั่วโมงรวมไปถึงฟิตเนสที่อยู่ในนั้นด้วย
และด้วยเหตุนี้ทำให้ เดอะ สตรีท กลายเป็นจุดศูนย์รวมของคนทำงาน โดยนอกจากร้านกาแฟอย่างสตาร์บัค จะมีให้บริการ และมีปลั๊กไว้ให้ใช้งานแล้วทางด้านนอกร้าน
ซึ่งเป็นพื้นที่ของห้างเองก็มีพื้นที่สำหรับโคเวิร์คกิ้งเช่นเดียวกัน
โดยจะมีการจัดเป็นโซนล็อคแต่ละล็อคให้บริการกระจายกันไปในพื้นที่ของห้างแต่ละชั้น
ซึ่งแน่นอนว่าทุกที่เปิดให้บริการฟรีแถมยังมีบริการไวไฟอีกด้วย แต่ใครที่ต้องการใช้จะต้องซื้อตั๋วมีราคา
60 บาท และ 120 ซึ่งจะมีระยะเวลาใช้งานที่ยาวนานต่างกัน

สยามดิสโคฟเวอรี่
ถือเป็นห้างที่เปิดใหม่มาเมื่อปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สยามดิสโคฟเวอรรี่ได้มีการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่
ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการอีกด้วยด้วยโฉมใหม่ที่สวยงามกว่าเดิมตั้งแต่ภายนอกยันภายใน
โดยสยามดิสโคฟเวอรี่จัดเป็น้างที่เปรียบเสมือนแหล่งรวมสินค้าแฟชั่น
เพราะในแต่ละชั้นเต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้ามากมายหลากหลายแบรนด์
ขณะเดียวกันยังเป็นห้างที่เหมาะสำหรับคนที่นิยมการฟังเพลง เพราะที่นี่เขามีชั้นที่จำหน่ายหูฟัง
และลำโพงต่างๆยี่ห้อดังมากมายรวมอยู่ที่เดียวเช่นเดียวกับโซนโคเวิร์คกิ้งที่มีกระจายอยู่หลายพื้นที่ในห้าง
แต่หากใครที่ชื่นชอบใช้บริการของร้านกาแฟมากกว่าที่นี่เขาก็มีเช่นกันอย่างเช่นาร์ บัค
หรือจะเปลี่ยนไปนั่งโซนร้ายอาหารด้านบนก็มีเปิดให้บริการเช่นเดียวกัน…

เที่ยว ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย ปลายทางของสายบุญ

เที่ยว ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย ปลายทางของสายบุญ

จังหวัดเชียงราย เหนือสุดแดนสยาม ยังคงเป็นจังหวัดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยว
เพราะจังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยว มีธรรมชาติที่รอให้กับคนที่รักการเดินทางมาสัมผัสยิ่งการเดินทางทุกวันนี้ง่าย
และสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะ ค่าเครื่องบินก็ถูกแสนถูก เมื่อมีโปรโมชั่นมาราคาถูกกว่ารถทัวร์
แต่เวลาปกติก็ถือว่าไม่ได้แพงจนเกินเหตุทำให้จังหวัดเชียงราย กลายเป็นสถานที่ยอดฮิต ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
และหากว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวสายบุญที่ชื่นชอบการเข้าวัดและทำบุญ ที่เชียงรายมีวัดมากมาย
แต่เราอยากที่จะแนะนำให้รู้จักกับ ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน
ไร่เชิญตะวันอยู่ที่ห้วยสักซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมาก ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 19 กิโลเมตร
ซึ่งในการเดินทางในต่างจังวหัดนั้นใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีเท่านั้น เพราะว่าถนนโล่งรถไม่ได้ติดเหมือนอย่างที่บ้านของเรา
ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวันแห่งนี้ เป็นของของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือว.วชิรเมธี พระนักคิด นักเขียน
นักเทศน์และพัฒนาสังคมชื่อดัง ที่หลายคนรู้จักกันดี
สำหรับไร่เชิญตะวันนี้ พื้นที่ของไร่แต่เดิมมานั้นเป็นเพียงสวนลิ้นจี่ เป็นที่ดินของลูกศิษย์ของท่านว.วชิรเมธี
ซึ่งได้ซื้อเป็นเจ้าของเอาไว้นานมากแล้ว แต่เหมือนฟ้ากำหนด ในเวลาต่อมา พ.ศ. 2545 ท่านว.วชิรเมธีได้เริ่มมาปฏิบัติธรรม
ปักกลด ปลีกวิเวกอยู่ที่บนเขาที่อยู่ใกล้ๆกับไร่เชิญตะวันทุกเดือนนับตั้งแต่ที่ท่านว.วชิรเมธีได้จบเปรียญธรรม 9
ซึ่งบนเขาที่ท่านได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในตอนนั้นก็ยังมีผู้คน สามารถเข้ามาถึงกันได้ง่ายแต่ไม่ได้มาเพื่อศึกษาธรรมะ
หรือปฏิบัติธรรมะแต่อย่างใด เป็นแต่ชาวบ้านธรรมดาที่อยากมาขอหวยขอเลขกับท่าน ซึ่งไม่ใช่จุดประสงค์ที่ท่านต้องการ
และทำให้ยังไม่เกิดความสงบอย่างที่ตั้งใจ
ภายในบริเวณบ้านเต็มไปด้วยธรรมชาติ บรรยากาศร่มเย็นสบาย โดยในบริเวณไร่เชิญตะวันประกอบไปด้วยบนเนื้อที่กว่า
๑๗๐ ไร่ ทิศเหนือติด ทุ่งนา ทิศใต้ติดอ่างเก็บน้ำห้วยสัก ทิศตะวันออกติดอ่างเก็บน้ำห้วยสัก ทิศตะวันตกติดถนนของชุมชน
ซึ่งไร่เชิญตะวัน ออกแบบทุกอย่างให้เอื้อกับการปฏิบัติทาน ๒ มือ ถือศีล ๘ งดใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสารทุกชนิด
ไม่ใช่แค่ความสงบแค่ยังมีความสวยงามซึ่งทุกๆคนที่ไปสัมผัสจะรู้สึกได้ถึงสิ่งเหล่านี้
จนหลายคนอยากที่จะเดินทางไปที่ไร่เชิญตะวันแห่งนี้กันอีก ซึ่งที่ไร่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกๆท่านและยิ่งเป็นหน้าหนาว
อากาศจะดีแบบสุดๆนอกจากจะได้ความสบายใจทางกาย ปอดยังได้รับอากาศบริสุทธิ์เป็นพลังงานในการใช้ชีวิตต่อไปอีกด้วย…

3 สุดยอดที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

3 สุดยอดที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

แน่นอนว่า จีน เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจเบอร์ต้นๆของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จมากมายในหลายหลายแง่ ที่สำคัญ ยังมีประชากรมากที่สุดในโลก ท่ามกลางข้อมูลดังกล่าว
ยิ่งแสดงให้เห็นว่า จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ 3 สถานที่ท่องแห่ง
แดนมังกร ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไป
เริ่มจาก The Great Wall หรือรู้จักกันในชื่อ กำแพงเมืองจีน เป็นสถานที่ ที่เชื่อว่าคนทั่วโลกต้องรู้จัก
เพราะนอกจากเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังมีอะไรที่น่าค้นหา โดยจุดเด่นของที่นี่ เป็นกำแพง
ที่มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร ก่อนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้
ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันชนเผ่าทางตอนเหนือ
ที่อาจเข้ามารุกรายในสมัยนั้น ที่สำคัญ ที่นี่ ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
ต่อมาเป็น Karst Mountains ที่ตั้งอยู่ในเมืองหยาวโจว โดยจุดเด่นของที่นี่
จะมีภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน รวมถึงระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยที่สุดแห่งนี้
ที่สำคัญ หากมาที่นี่ ยังสามารถมองเห็น หยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง กุ้ยหลิน
ที่ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ พระราชวังโปตาลา เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดและอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยตั้งอยู่ ณ
กรุงลาซา บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งปราสาทแห่งนี้มีลักษณะของวันซ้อนวัง สร้างเสร็จในปี 1648 ปัจจุบัน
กลายเป็น พิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวโปตาลา…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มส้มปลาตะเพียน

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มส้มปลาตะเพียน

ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเขียนไว้ตอนหนึ่งว่าในสมัยของพระเจ้าท้ายสระ
ซึ่งทรงครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเสือ ระหว่างปี พ.ศ. 2251-2275นั้น พระองค์ทรงโปรดเสวยปลาตะเพียนอย่างมาก
มากขนาดที่ว่า พระเจ้าท้ายสระถึงกับออกกฎมณเฑียรบาลว่า
“ห้ามราษฎรจับปลาตะเพียนในแม่น้ำลำคลองทั่วพระราชอาณาจักรมากินอย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องปรับโทษสินไหมเป็นเงิน 5 ตำลึง
ขณะเดียวกัน ปลาตะเพียนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์
การทำปลาตะเพียนสานจึงเป็นงานหัตถกรรมที่อยู่คู่กับสังคมมาตั้ง
แต่สมัยอยุธยา ก่อนจะได้รับการดัดแปลงเป็น ปลาตะเพียนสานเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน ตามแนวคิดของ หลวงโยธาฯ
ข้าราชการเกษียณในรัชกาลที่ 5 โดยหนึ่งในเมนูปลาตะเพียนที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทย
และถือเป็นอาหารโบราณคือ ต้มส้มปลาตะเพียนซึ่งจะพิถีพิถันตั้งแต่การทำปลา ไล่จากขอดเกล็ด, ควักไส้, ผ่าท้อง,
นำไปล้างให้สะอาด แล้วค่อยบั้งถี่ๆ เพื่อกันก้างส่วนการทำเครื่องต้มส้ม เริ่มจากนำ ขิง กับ หอมแดง
ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไปโขลกกับเกลือให้ละเอียด จากนั้นจึงใส่ กะปิ ตามไปลง แล้วโขลกให้เข้ากันอีกรอบ ที่เหลือก็พักทิ้งไว้
ไปจัดการหั่นขิงแล้วซอยเป็นเส้นเล็กๆ เช่นเดียวกับต้นหอมที่ตัดรากทิ้งพร้อมหั่นเป็นท่อนสั้นๆ
เมื่อเครื่องและวัตถุดิบพร้อม มาเริ่มต้มน้ำกันต่อรอให้น้ำเดือดก็จัดการใส่ มะดัน ที่ล้างเตรียมไว้ลงไป
รอจนกว่ามะดันจะสุกจึงค่อยตักมะดันออกพักไว้วิธีดูว่ามะดันสุกหรือไม่ก็ไม่ยาก แค่เอาช้อนทิ่มลงไปหากแหลกเป็นอันใช้ได้
หลังจากนั้นก็เริ่มกรรมวิธีการทำ ต้มส้มปลาตะเพียนเริ่มจากรอน้ำที่ใช้ต้มมะดันเดือด ตักน้ำสัก 1 ทัพพี
ใส่ลงไปในครกที่เราโขลกเครื่องทิ้งไว้คนให้เครื่องต้มส้มกระจายตัวเข้ากับน้ำดี ไม่เป็นก้อน
ค่อยตักเครื่องต้มส้มใส่ลงไปในหม้อที่เหลือแค่ทำการปรุงรสด้วยเนื้อมะดัน หรือ น้ำมะขามเปียก
หรือ น้ำส้มสายชู) แล้วแต่ชอบ รวมถึง น้ำตาลปี๊บ และ เกลือป่นใช้ทัพพีคนจนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด หากรสชาติออกเปรี้ยว
หวาน เค็ม หอมเครื่อง นั่นแหละ น้ำต้มส้มปลาตะเพียนขั้นตอนสุดท้ายแค่ใส่ ขิงซอย ลงไปต้มด้วยไฟอ่อนสัก 5
นาที แล้วค่อยๆ หย่อน ปลาตะเพียน ลงไปในขณะที่น้ำเดือดต้มต่อไปจนกระทั่งปลาสุกดี ค่อยใส่ต้นหอมลงไปคนให้กระจายตัว
ปิดฝาหม้อทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดไฟได้เลยเรียบร้อยโรงเรียนอาหารไทยกับ ต้มส้มปลาตะเพียน
ที่ครบเครื่องไปด้วยสมุนไพรไทย ตักเสิร์ฟทานกับข้าวสวยร้อนๆรับรองอร่อยเหาะ แถมสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์นี่แหละเสน่ห์ของอาหารไทย ใครทำก็อร่อย…