ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ม้าฮ่อ

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ม้าฮ่อ

ม้าฮ่อ เป็นเมนูอาหารว่างไทยโบราณ จะเรียกว่าขนมก็ได้
กินแกล้มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด นิยมทำในเทศกาลงานบุญ
และเป็นอาหารในพิธีต่างๆ ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญแล้ว “ม้าฮ่อ” คืออะไรกันแน่
กล่าวคือเป็นเมนูที่ทำจากผลไม้รสเปรี้ยว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำโรยด้วยไส้คล้ายกับสาคูไส้หมู
ซึ่งไส้ที่ว่าเปรียบเสมือนพริกเกลือในปัจจุบันถือเป็นศิลปะการสร้างสรรค์อาหารอย่างหนึ่งที่ไทยเรามีมาตั้งแต่โบราณ
การทำพริกเกลือม้าฮ่อ
จะยุ่งยากกว่าการทำพริกเกลือธรรมดา
ซึ่งถ้าใครทำไส้สาคูไส้หมูได้ จะทำพริกเกลือม้าฮ่อได้เหมือนกัน
เพียงแต่ ม้าฮ่อ จะไม่ใส่หัวผักกาดแห้ง ส่วนประกอบสำคัญได้แก่
หมูสับ กุ้งสับ ถั่วลิสงคั่ว หอมแดง ผัดกับเครื่องเทศ ปรุงรสหวานเค็ม
วิธีการปรุงก็กวนส่วนผสมรวมกันให้เหนียว
จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลม แล้วนำไปวางไว้บนชิ้น สับปะรด หรือ ส้มโอ ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
แต่หากนำพริกเกลือแบบนี้ไปยัดใส่ส้มผ่าซีก จะเรียกชื่อใหม่ว่า“มังกรคาบแก้ว”
ส่วนสูตรสำเร็จในการทำ ม้าฮ่อ แบบโบราณ
เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ประกอบด้วย เนื้อหมูสับ ครึ่งถ้วย, กุ้งสดสับ
ครึ่งถ้วย, พริกไทย กระเทียม รากผักชี โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ, ถั่วลิสงซอยบาง 1/4ถ้วย,
พริกแดงหั่นฝอย 1 เม็ด, ผักชีเด็ดใบ 2 ช้องโต๊ะ,
น้ำมันสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ และ สับปะรดหรือส้มโอ 1 ผล
ขณะที่วิธีปรุง ม้าฮ่อ เริ่มจากตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมันให้ร้อน เจียวกระเทียม พริกไทย รากผักชี
ที่โขลกไว้ให้หอม จึงใส่หมูกุ้งสับลงยีให้กระจายพอสุก ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ชิมให้รสจัด จึงใส่ถั่วซอยบางๆ
รสต้องเค็มนำตามด้วยหวาน ตักใส่จาน ทิ้งไว้ให้เย็น
จากนั้นหันมาหั่น สับปะรด หรือ ส้มโอ ขนาดกว้าง 1 1/2 นิ้ว
หนา 1 เซนติเมตร หรือจะตัดเป็นรูปต่างๆ ก็ได้ ใช้ในกรณีพิเศษ
ยามเวลามีแขกมาเยือนที่บ้านจะได้ดูสวย มีศิลปะ
แล้วตักไส้ใส่บนสับปะรด แต่งด้วยผักชีและพริกแดงทุกชิ้น
ถือเป็นอันเสร็จสิ้นเมนู ม้าฮ่อ
โดย ใส้ม้าฮ่อ ที่ผัดไว้แล้ว
ปัจจุบันเราสามารถนำใส่ตู้เย็นแช่เก็บไว้ได้ ถ้าไม่ใส่บนสับปะรด
ก็จะใส่ในส้มเขียวหวานที่มีรสค่อนข้างเปรี้ยว
โดยจะแกะส้มเป็นกลีบแล้วผ่ากลางเอาเมล็ดออก
จากนั้นนำไส้ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ตรงกลาง เรียกอีกชื่อว่า มังกรคาบแก้ว
สรุปแล้ว “ม้าฮ่อ”
เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่แสดงถึงความชาญฉลาดและช่างคิด
ช่างทำของคนโบราณ
เมื่อเจอผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวไม่สามารถกินเปล่าๆ ได้ จะทิ้งก็เสียดาย
เลยทำไส้ที่กินคู่กันได้ ทำให้มีรสชาติที่กลมกล่อม ผลไม้เปรี้ยว
ไส้มีรสเค็มหวาน เข้ากันได้ดีเหลือเชื่อ…

สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางไป ต่างประเทศ

สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางไป ต่างประเทศ

เป็นเรื่องจริงที่ว่า การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแต่ละครั้งนั้น ต้องเตรียมความพร้อม
โดยสำหรับนักเดินทางใหม่ที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก
อาจจะหลงลืมสิ่งของและการเตรียมสิ่งของต่างๆ ดังนั้น
วันนี้บทความจะมาพูดถึงการเตรียมตัว

1.หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการไปเที่ยวต่างประเทศ แนะนำว่าควรจะพกใบถ่ายเอกสารหน้าพาสปอร์ตไว้ติดตัว
เวลาไปเช็คอินเข้าโรงแรมหรือทำอะไรจะได้ ไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตเล่มจริงขึ้นมาบ่อยๆ ทำให้หายง่าย
และหากพาสปอร์ตหาย เวลาไปติดต่อกงสุลจะง่ายและรวดเร็วกว่า โดยบางประเทศมักจะต้องการอายุพาสปอร์ต 6
เดือนจึงจะเดินทางได้ มีบางประเทศอย่าง ฮ่องกง มาเก๊า ขอเพียงแค่อายุพาสปอร์ตขาเข้าอย่างน้อย 1
เดือนเท่านั้น ก็เดินทางได้แล้ว

2. เช็คสภาพอากาศ
หากต้องไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ที่ซึ่งเราไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศ
จำเป็นต้องศึกษาสภาพอากาศของเมืองและประเทศที่เราจะไปให้ดีก่อน
เพื่อเราจะได้เตรียมเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องใช้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสภาพอากาศไปได้
แต่หากไปเที่ยวในประเทศโซนอเมริกาหรือยุโรป ที่มีอากาศแตกต่างมากในช่วงฤดูหนาว
ต้องเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางสัก 2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมการซื้อของใช้ที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม

3. ยาประจำตัว เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรลืม
เพราะในบางประเทศการจะซื้อยาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีคำสั่งจาก แพทย์
เพราะฉะนั้นยาจึงเป็นสิ่งสำคัญยามฉุกเฉิน ที่ควรพกติดตัวไปตลอดทริปการเดินทาง

4.แปลงหัวปลั๊ก แน่นอนว่าประเทศต่างๆ ปลั๊กที่ใช้เสียบก็ต้องไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นนักเดินทางทั้งหลายควรเตรียมพร้อมไป หรือทางที่ดี ควรพกที่แปลงหัวปลั๊กแบบครบวงจร
สามารถเชื่อมต่อกับปลั๊กได้ทุกประเทศ

5.ข้อมูลการท่องเที่ยว แผนที่ขนส่งมวลชน
หากเรามีการวางแผนเดินทางที่ดี จะช่วยกำหนดเวลาในการเดินทางระหว่างที่ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี
แต่ก้ยังมีระบบการซื้อตั๋วที่เราไม่คุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีมากมายหลายสายก็อาจทำให้สับสนได้เช่นกัน
ดังนั้นจึงควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่หลงทางให้เสียเวลา
และเพื่อการไปเที่ยวจะสนุกมากขึ้น โดยบางสถานที่อาจมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ติด ๆ กันเป็นโซน
เรียกว่าไปที่เดียวได้ทั้งความหลากหลายและคุณภาพ…

มาถนอมอาหารกันเถอะ วันนี้เสนอวิธีทำกล้วยฉาบ

มาถนอมอาหารกันเถอะ วันนี้เสนอวิธีทำกล้วยฉาบ

กล้วยฉาบหลากหลานรส ไม่ว่าจะเป็น รสหวาน รสเค็ม รสเนยการทำกล้วยฉาบ

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกกล้วยน้ำหว้าดิบ ด้วยมีดปอกเปลือก (มีดคู่)
2. นำกล้วยที่ปอกเปลือกให้หมดทั้งหวี ล้าง
และแช่ไว้ในน้ำสะอาดที่ผสมเกลือเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้กล้วยมีสีดำ) ตั้งพักไว้
3. ฝานกล้วยดิบเป็นแผ่นบาง ๆ ตาม ความยาวของผล ด้วยมีดคู่
แล้วนำกล้วยที่ฝานแล้วตากแดดเพื่อให้สามารถหยิบกล้วยได้ง่ายกล้วยจะไม่ติดกัน
4. ตั้งกระทะให้ร้อนเติมน้ำมันพืชลงในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนพอดี
มีควันลอยบ้างบางๆ ใส่กล้วยตามข้อ 3 ลงทอดในน้ำมันทันที
เมื่อกล้วยลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำมัน ให้หมั่นคนและ พลิกชิ้นกล้วยกลับให้ถูกน้ำมัน
เพื่อความร้อนสม่ำเสมอทั่วกันทุกชิ้น จนเหลืองดีแล้ว
ตักขึ้นใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำมัน ทำจนกระทั่งเสร็จ
สุกแล้วตักขึ้นใส่ตะแกรงเด็ดน้ำมัน ใส่ภาชนะที่สะอาดแล้ววางไว้ให้เย็น
5. แบ่งกล้วยที่ทอดแล้ว 3 ส่วน เพื่อทำกล้วยฉาบ รสหวาน รสเค็ม รสเนย

วิธีการทำกล้วยฉาบรสหวาน
1.นำกล้วยที่ฉาบแล้วมา 1 ส่วน
2.น้ำมันพืชสำหรับทอด 4 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
4.น้ำ 4 ถ้วยตวง
5.ใช้กระทะที่สะอาด ตั้งไฟเบาๆ ใส่น้ำตาล น้ำ ลงในกระทะนั้น
ต้มจนน้ำตาลละลาย และเคี่ยวต่ออีกครู่ จนน้ำตาลเหนียวเป็นเส้น
เมื่อใช้ช้อนจุ่มลงในน้ำเชื่อม แล้วยกช้อนขึ้น น้ำเชื่อมจะยืดตามมีดเป็นเส้น
6. ใส่กล้วยที่ทอดไว้ ลงในกระทะน้ำเชื่อมทันทีที่ยกลงจากเตา เคล้าเบา ๆ
ให้น้ำเชื่อมจับชิ้นกล้วยให้ทั่วถึง7. พักไว้จนเย็นสนิทและน้ำเชื่อมแห้งสนิทด้วย
จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุง

วิธีการทำกล้วยฉาบรสเค็ม
1. นำกระทะตั้งไฟร้อนกลาง ๆ ใส่น้ำ และเกลือ ลงในกระทะนั้น ต้มจนเกลือละลาย
และเคี่ยวต่ออีกครู่
2.นำกล้วยฉาบที่ฉาบแล้วใส่ลงไปในกะทะแล้วยกกะทะลงจากเตาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. นำมาพักไว้ในภาชนะจนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุง

กล้วยฉาบรสเนย
1. นำกระทะตั้งไฟร้อนกลาง ๆ ใส่เนย ๑ ทัพพีลงในกระทะ จนเนยละลาย
2.นำกล้วยฉาบที่ฉาบแล้วใส่ลงไปในกะทะแล้วยกกะทะลงจากเตาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. นำมาพักไว้ในภาชนะจนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะฝาปิดสนิท
เพื่อป้องกันลมเข้ารับประทานกันในครอบครัว หรือจะทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็จะแพ็คใส่ถุงหรือกล่อง…

เขาค้อว่าเหงา เรามากินผักดีกว่า

เขาค้อว่าเหงา เรามากินผักดีกว่า

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในหน้าฝนที่หลายคนจะต้องนึกถึงเป็นแห่งแรกๆ
คือเขาค้อ-ภูทับเบิก ว่ากันว่าเขาค้อสวยที่สุดในฤดูฝน ทั้งทะเลหมอกที่ลอยฟุ้ง
ความเขียวขจีของภูเขาและอากาศเย็นสบาย
ส่วนภูทับเบิกนั้นขึ้นชื่อเรื่องทะเลหมอกสีขาวที่ตัดกับยอดภูสีเขียว
และไร่กะหล่ำปลี ใครมาเที่ยวก็ต้องติดใจกับวิวเหนือเมฆที่เห็นได้แบบ 360
องศาเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาแนะนำการท่องเที่ยวในเขาค้อ-ภูทับเบิก
เส้นทางท่องเที่ยวหน้าฝนที่พลาดไม่ได้
เขาค้อ เป็นหนึ่งในอำเภอบริวารของ จ.เพชรบูรณ์
ถือว่าเป็นจุดขายและแหล่งท่องเที่ยวที่เชิงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นป่า
ในประเทศไทยเป็นสวรรค์ของผู้มาเยือนเพื่อพักผ่อนก่อนเก็บความประทับใจไปเล่าสู่กันฟัง
ผืนป่าประเทศไทยนับว่าเป็นผืนป่าที่อุดมณ์สมบูรณ์ระดับต้นของโลกอย่างเช่นอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
รู้จักกันอย่างดีในฐานะเป็นสถานที่ที่มีโอโซนติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลกจนมีสมญานามว่า สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน
เช่นเดียวกับเขาใหญ่ผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน
ทั้งนี้จึงขอมาแนะนำ เขาค้อ ที่ถูกขนานนามว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เขาค้อ อยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง
เป็นดินแดนแห่งขุนเขา ผืนป่าเขียวขจี ทัศนียภาพสวยงาม อากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดปี อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
ที่น่าสนใจอีก เช่น ภูทับเบิก (อ.หล่มสัก) แหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่สุดในประเทศ และ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (อ.น้ำหนาว)
เทือกเขาแดนกั้นภาคเหนือ-อีสาน
ขณะที่พื้นดินตามแนวเขาของเขาค้อซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นแหล่งส่งออกผลไม้นานา
พันธุ์ที่หลากหลายไม่ใช่แค่ มะขาม ของขึ้นชื่อเมืองเพชรบูรณ์เท่านั้นยังมี
กระหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหัว มะระหวาน และ อะโวคาโด(ลูกเนย)พืชเศรษฐกิจของอำเภอเขาค้อ
เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174
เมตร เหนือระดับ น้ำทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร
ลักษณะพืชพันธุ์ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้ผลัดใบ ป่าสน และป่าดิบที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม
ที่สำคัญยังเป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์สงครามการเมืองระหว่างรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยซึ่งเขาค้อเคยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งคอมมิวนิสต์มาแล้ว…

3 แหล่งที่เที่ยวธรรมชาติของไต้หวันที่ต้องไปเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้สักครั้ง

3 แหล่งที่เที่ยวธรรมชาติของไต้หวันที่ต้องไปเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้สักครั้ง

ไต้หวันนอกจากจะเต็มไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งแหล่งของกินรวมไปถึงที่เที่ยวที่มีเรื่องราวในหน้าประวัติศาส
ตร์ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่จะทำให้ผู้คนหลงใหล
และรักไต้หวันมากขึ้นดังเช่น 3 ที่เที่ยวธรรมชาติที่เราได้นำมาฝากกัน
เกาะเผิงหู
เริ่มกันที่แรกกับเกาะเผิงหูแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเกาะก็ต้องนึกถึงทะเล
ซึ่งทะเลที่นี่จัดได้ว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดเลยทีเดียวน้ำมีความใสน่าเล่น
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือมีแนวหินรูปหัวใจเรียกกันอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะเผิงหูที่ไม่ว่าใครมาก็ต้อง
ขอมาถ่ายรูปบริเวณนี้กันทั้งนั้น
สำหรับเกาะเผิงหูตั้งอยู่ในแถบหมูเกาะช่องแคบของไต้หวันในเมืองหนานโถวซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างไต้
หวัน และประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งที่แห่งนี้มีเกาะน้อยใหญ่มากมายรวมแล้วมากถึง 100
เกาะเลยทีเดียวส่วนหาดทรายก็มีทรายสีขาวดูสะอาดตาไม่น้อยเลยทีเดียวแถมยังมีจุดให้นักท่องเที่ยวขึ้น
ไปชมวิวอีกหลายจุดทำให้มันกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวนั่นเอง
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
มาต่อกันที่ อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกที่หนึ่งที่ใครไปก็ไม่ควรพลาดจะแวะไปเยี่ยมเยียนสำหรับ
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ นั้นถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวันเลยทีเดียว
โดยมัยตั้งอยู่ในเมืองฮัวเหลียนอันเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด และสัตว์ป่าหลกหลายพันธุ์
โดยถือเป็นอุทยานที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากแถมยังมีน้ำตกที่กลายเป็นแลนมาร์คสำคัญของที่นี่
และช่วยให้ดููสวยงามมากขึ้นอีกด้วย โดยน้ำตกจะตกลลมาจากหน้าผาหน้าศาลเจ้า Changchun
ซึ่งถือเป็นสถานที่กราบไหว้บูชาของที่นี่ และทำให้วิวดูกับกำลังอยู่ในนิยายจีนเลยทีเดียว
ชายทะเลเหลาเหมย
มาต่อกันที่สุดท้ายกับ ชายทะเลเหลาเหมย
หากจะบอกว่าถานที่แห่งนี้เหมือนสถานที่ในเทพนิยายโบราณก็ว่าได้
เพราะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ให้ความสวยงามอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว
สำหรับชายทะเลเหลาเหมยอยู่ใกล้กับเมืองไทเปมีกลุ่มของโขดหินมากมายรายล้อมอยู่
และเป็นหินที่มีรูปร่างประหลาดดูเผินๆค่อนข้างคล้ายลักษณะของงูที่กำลังเลื้อยลงทะเลอันเกิดจากการเป
ลี่ยนแปลงธรรมชาติที่สะสมมานานนับพันๆปีนั่นเอง
โดยถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของหิน
และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนรักธรรมชาติที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง…

แบบนี้ต้องไม่พลาด : แนะนำ 3 ที่พักสุดหรูติดทะเลหัวหิน

แบบนี้ต้องไม่พลาด : แนะนำ 3 ที่พักสุดหรูติดทะเลหัวหิน

นี่คือ 3ที่พักในหัวหินที่เต็มไปด้วยความหรูหราพร้อมให้คุณได้สัมผัสกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่กับบรรยากาศสุด
หรูพร้อมรับลมทะเลที่เราอยากจะมาแนะนำกัน

หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, หัวหิน
เริ่มกันที่สถานที่แรกอย่าง หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, หัวหิน
ถือเป็นหนึ่งในที่พักติดอันดับต้นๆของหัวหินเลยทีเดียว โดยเป็นรสอร์ทระดับ 5
ดาวที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมเลียบชายหาดหัวหิน ราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 4800
ซึ่งหากซื้อผ่านระบบออนไลน์ก็จะมีโปรโมชั่นชดราคาต่อห้องตลอดปีอีกด้วย
โดยทรีสอร์ทแห่งนี้ถือเป็รีสอร์ทที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน
แต่กลายเป็นรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมออย่างรวดเร็วเพราะเต็มไปด้วยความหรูหราพร้อมกับการให้บริการ
เต็มที่นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้กับนักท่องเที่ยว
ขณะเดียวกันยังมีสระน้ำที่มีขนาดใหญ่มากๆคอยให้บริการอีกด้วยแถมมีถึง 5 สระ 5 แบบให้เลือกด้วยกัน
ส่วนไฮไลท์สำคัญคือการที่อยู่ติดทะเลทำให้สามารถแวะไปชมวิวริมทะเลได้เพียงแค่เดินไม่กี่ก้าวเท่านั้น
หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งดื่มน้ำผลไม้พร้อมกับรับลมทะเลก็ทำได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

วีวิลล่า หัวหิน รีสอร์ท, หัวหิน
ต่อกันที่ วีวิลล่า หัวหิน รีสอร์ท, หัวหิน
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ทติดทะเลหัวหินที่มีผู้คนนิยมมาเข้าพักที่นี่ตลอดปี
หากใครชื่นชอบความเป็นส่วนตัวรับรองได้ว่าหากได้มีโอกาสมาที่นี่จะต้องติดใจ
และอยากกลับมาอีกครั้งย่างแน่นอน โดยรีสอร์ทแห่งนี้ถูกออกแบบสไตล์โมเดิร์นทำให้ดูมีความทันสมัย
และหรูหราที่สำคัญบ้านพักแต่ละหลังนั้นมีสระว่ายน้ำในตัวอีกด้วยทำให้คุณสามารถสนุกกับการเล่นน้ำ
ได้อย่างเต็มที่ และเป็นส่วนตัว ซึ่งในแต่ละหลังนั้นมีความกว้างอย่างมาก
และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยทีเดียว
ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คุณรู้สึกอยากจะพักผ่อนอยู่ที่นี่สักหลายๆวันอย่างแน่นอน

เล็ทส์ซี หัวหิน อัลเฟรดโก รีสอร์ท, หัวหิน
มาดูอันดับสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนำกันบ้างกับ เล็ทส์ซี หัวหิน อัลเฟรดโก รีสอร์ท, หัวหิน
โดยรีสอร์ทแห่งนี้ดีไซน์จะแตกต่างจากสองที่แรกโดยสิ้นเชิง เพราะแม้จมาในแบบโมเดิร์น
แต่ก็ถูกดีไซน์ให้มีความต่างตรงที่บ้านพักทุกหลังหันหน้าเข้าหากันโดยมีสระน้ำคั่นกลางทอดยาวไปจน
สุดเหสมือนกับแม่น้ำที่กำลังไหลลงทะเลทำให้กลายเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว
โดยบ้านพักที่นี่เน้นใช้สีขาวเป็นโทนหลักให้ความสบายตานอกจากนี้สระนำยังมีขนาดใหญ่
และอยู่ติดที่พักชนิดที่เปิดประตูบ้านมาก็สามรถลงเล่นน้ำได้เลย
นอกจากนี้ภายในห้องพักก็มีสิ่งของอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างที่ต้องการ
ขณะเดียวกันห้องอาการก็สามารถรับลมทะเลได้อีกด้วย…

โฮมสเตย์ริมทะเลราคาถูก

โฮมสเตย์ริมทะเลราคาถูก

ยุคนี้สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนถามถึง ด้วยราคาที่ถูกลงมากแม้มีงบน้อย
ก็สามารถไปเที่ยวได้ บทความนี้จะมาแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ ที่ราไม่แพง
ด้วยราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ คุ้มค่าแก่วันหยุดพักผ่อน

1.วังใหญ่โฮมสเตย์ จ.สมุทรปราการ…. เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่พลาดไม่ได้เลย
เพราะคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงที่คนไม่พลุกพล่าน ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน
จ.สมุทรปราการ…. ราคาต่อคนอยู่ที่ 500 บาทเท่านั้น ราคานี้รวมค่าอาหารแล้วอีกด้วย

2.บ้านสวนริมน้ำ โฮมสเตย์ จ.จันทบุรี ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูกคือเขาคิชฌกูฏและเขาสอยดาว
บ้านพักที่อยู่ในสวนผลไม้ติดน้ำตก บรรยากาศโอบล้อมด้วยต้นไม้ ลำธาร และขุนเขา อากาศเย็นสบายตลอดปี
บ้านพักมีทั้งหมด 10 หลัง มีทั้งเป็นบ้านพัก และบ้านไม้ไผ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
กิจกรรมมีให้เลือกทำหลากหลาย อาทิ ปั่นจักรยาน, เดินป่า, ชมนกชมไม้ ส่วนใหญ่นิยมเล่นน้ำ
และชมชิมผลไม้ตามฤดูกาล ห้ามพลาดชิมเมนูพื้นบ้าน น้ำพริกกะปิ, ผักต้ม และหมูชะมวง ราคาที่พักเริ่มต้น 500 –
600 บาทต่อคน

3.บ่อฝ้าย โฮมสเตย์
ที่พักติดริมทะเลหัวหินราคาถูกที่ดูแลโดยส่วนราชการ
ซึ่งเป็นบ้านพักสวัสดิการทหารอากาศที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพักได้ในราคาเบา ๆ
มีให้เลือกทั้งแบบบังกะโลและอาคารที่ สามารถมองเห็นวิวทะเลได้เลย เหมาะกับคนที่มีญาติเป็นทหาร ตำรวจ
เพราะจะได้ส่วนลดพิเศษ ส่วนบุคคลทั่วไปจะราคาสูงกว่านิดหน่อย ที่สำคัญคือรับรองความปลอดภัย
แน่นอนประเภทห้องพักแบบคอนโด เริ่มต้น 800 บาท

4.บลูเวฟ หัวหิน บลูเวฟ หัวหิน ที่พักสุดเงียบสงบบนอ่าวตะเกียบ ตั้งอยู่ติดกับทะเล
เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ได้สัมผัสกับท้องทะเลกว้างใหญ่ ให้บริการที่พักแบบโรงแรม ห้องพักตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น
กว้างขวาง สีสันสบายตา เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ทีวีจอแอลซีดี อินเทอร์เน็ตไร้สาย
โซฟา ไดร์เป่าผม ของใช้ภายในห้องน้ำ มินิบาร์ ฯลฯ ทุกห้องจะมีระเบียงให้ได้ชมวิวและนั่งชิลยามว่าง
บางห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลสุดลุกหูลูกตา บรรยากาศดีมาก ๆ นอกจากนี้พนักงานต้อนรับยังมีอยู่ตลอด
24 ชั่วโมง มีสระว่ายน้ำ ยิม ร้านอาหารไว้บริการด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-1,300 บาท

5.ไอสไตล์ หัวหิน (I Style Huahin)ตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 19 ห่างจากชายหาดหัวหินเพียง 300 เมตร
เป็นบูติคโฮเทลขนาดเล็กสไตล์โมเดิร์น เปิดให้บริการห้องพักทั้งหมด 23 ห้อง
ห้องพักทุกห้องถูกออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกันออกไปตามสีสัน และอารมณ์ความรู้สึก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและการบริการอย่างเป็นกันเอง
ที่ตั้ง ซ.หัวหิน19 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาตั้งแต่ 500 – 3,900 บาท…

มีความสุขอย่างไม่สดุดที่ “เกาะสมุย”

มีความสุขอย่างไม่สดุดที่ “เกาะสมุย”

“เกาะสมุย” เกาะที่จะพาคุณหลงไหลไปกับความสวยงาม และความสุขที่หาได้ยากๆ หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวดีๆ
ที่นี่เหมาะสุดๆ กับการพาแฟน พาครอบครัวมาพักร้อนในวันว่างๆ
เกาะสมุย ตั้งอยู่อยู่แถวๆอ่าวไทย ที่ห่างจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี ไปทางทิศตะวันออกราวๆ 83 กิโลเมตร
ล่ายล้อมด้วยภูเขาสีเขียวขจี
เกาะสมุย ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตติดอันดับต้นๆของโลก และเมืองไทย
ที่ไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติมากมาย หลายสัญชาติก็แห่กันมาเที่ยวที่นี่ เป็นเพราะเกาะสมุย
มีอะไรที่แตกต่างปจากเกาะอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาะที่สวยงาม และน้ำทะเลที่ดูสดใจ และสะอาด
และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และสัตว์น้ำที่ไกล้ศูนย์พันธุ์ มากมายมี และไม่ไม่ไช่แค่เกาะที่โดเด่น
ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่แสดงให้เห็นถึงถึงศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น วัดสำเร็จ วัดละไม วัดพระใหญ่เป็นต้น
ซึ่งในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่เกาะ สมุย
ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวเนื่องจากในช่วงนั้นเป็นช่วงคลื่นลม ผสมกับน้ำทะเลและชายหาดขาวๆ ใครจะอดใจไหว
และนอกจากนั้น หากใครที่อยากไปต่อความสนุกได้ในยามค่ำคืนก็ไม่มีปัญหา เพราะเกาะสมุย
ยังมีที่พักและแหล่งสถานบันเทิงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ท ผับ บาร์ คาราโอเกะ ร้านอาหาร
และสิ่งอำนวยความสดวกอย่าครบเครื่อง
หากใครที่ได้ไปสัมผัสความสุขที่ครบถ้วนนี้ด้วยตนเองมาแล้วบอกได้เลยว่า คงยากที่จะไม่มาเป็นครั้งที่ 2
ความสุขครบถ้วนขนาดนี้คุณจะพลาดได้อย่างไร…

VT แหนมเนืองจากหนองคายสู่การขยายอาณาจักรทั่วประเทศ

VT แหนมเนืองจากหนองคายสู่การขยายอาณาจักรทั่วประเทศ

เดิมที คุณพ่อตวน แซ่โฮ และคุณแม่วี แซ่เรือง
เป็นชาวเวียดนามอพยพหนีสงครามอินโดจีนเข้ามาอาศัยอยู่ที่จ.หนองคายคุณพ่อ
เป็นลูกจ้างร้านทองคุณแม่รับจ้างหาบน้ำ
ขึ้นมาจกแม่น้ำโขงส่งขายตามบ้านท่านมีบุตรด้วยกัน8คนเป็นชาย3คนหญิง5คนทั้ง
สองท่านได้ต่อสู้ชีวิตด้วยความลำบาก จนกระทั่งลูกๆได้เริ่มโตขึ้นรายได้เริ่ม
ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ด้วยความขัดสนจึงคิดเปลี่ยนอาชีพใหม่
โดยคุณแแม่ได้ใช้วิชาทำอาหารเวียดนามที่เคยร่ำเรียนมาจากคุณยาย
บวกกับท่านมีรสมือในการประกอบอาหาร
จึงตัดสินใจทำอาหารเวียดนามจัดใส่สาแหรกหาบขายตามละแวกบ้าน
ด้วยความมานะอดทนหมั่น เก็บเล็กผสมน้อย เดินหาบขายเป็นเวลากว่า 10 ปี
ประมาณปี 2511 คุณพ่อตวนและคุณแม่วีจึงเก็บรวมเงินมาเช่าอาคารพาณิชย์ 1
คูหา ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน แดง แหนมเนืองในปัจุบัน กิจการในระยะแรกกนั้น
ยังคงทำกันแบบครอบครัว ลูกๆช่วยกันเตรียมของขาย ไม่ว่าจะเป็นการทำหมู
ล้างผัก หั่นเครื่อง จัดเสิร์ฟ บริการลูกค้า ลูกๆทุกคนช่วยกันทำ ตามหน้าที่
(ปัจจุบันกิจการของคุณพ่อและคุณแม่ได้เปิดดำเนินกิจการมากว่า 35 ปีแล้ว)
ในปี พ.ศ. 2529 คุณแม่ป่วยด้วยโรคหัวใจ
ไม่สามารถทำงานหนักได้จึงให้ลูกๆดำเนินกิจการแทน ในวันที่ 9 พ.ย. พ.ศ.2540
คุณทอง ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่สองและคุณติ๊กน้องสาว ได้หาทำเลที่จังหวัดอุดรธานี
เพื่อเปิดร้านแหนมเนือง โดยใช้ชื่อว่า VT แหนมเนือง ที่มาของชื่อร้าน วี(V)
มาจากชื่อคุณแม่วี และ ที (T) มาจากชื่อคุณพ่อตวน ซึ่งท่านเป็นหัว
เรื่อใหญ่ในการจัดหาวัตถุดิบส่งให้ทางร้าน
โดยมีโรงงานผลิตอยู่ที่จังหวัดหนองคาย วัตถุดิบต่างๆนี้ จะทำการจัดส่งให้
กับทางร้านทุกวัน ร้าน VT แหนมเนืองตั้งขึ้นแต่เดิมมี 3 คูหา
ดำเนินกิจการมาจวบจนปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า10ปีด้วยลูกค้าที่มาทานที่ร้าน
หรือซื้อเป็นของฝากบอกต่อกันทำให้ทางร้าน มีกิจการที่ดีขึ้น เรื่อยๆ
จนต้องขยายร้านออกไปอีก เพื่อ รองรับลูกค้า ทางร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่
6.00 – 20.30 น. และยังจัดเลี้ยงกรุ๊ปทัวร์ รับจัดส่งสินค้าออกต่างจังหวัด…

3 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

3 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจีน

แน่นอนว่า จีน เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจเบอร์ต้นๆของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จมากมายในหลายหลายแง่ ที่สำคัญ ยังมีประชากรมากที่สุดในโลก ท่ามกลางข้อมูลดังกล่าว
ยิ่งแสดงให้เห็นว่า จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ 3 สถานที่ท่องแห่ง
แดนมังกร ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไป
เริ่มจาก The Great Wall หรือรู้จักกันในชื่อ กำแพงเมืองจีน เป็นสถานที่ ที่เชื่อว่าคนทั่วโลกต้องรู้จัก
เพราะนอกจากเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังมีอะไรที่น่าค้นหา โดยจุดเด่นของที่นี่ เป็นกำแพง
ที่มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร ก่อนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้
ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน โดยจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันชนเผ่าทางตอนเหนือ
ที่อาจเข้ามารุกรายในสมัยนั้น ที่สำคัญ ที่นี่ ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
ต่อมาเป็น Karst Mountains ที่ตั้งอยู่ในเมืองหยาวโจว โดยจุดเด่นของที่นี่
จะมีภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน รวมถึงระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยที่สุดแห่งนี้
ที่สำคัญ หากมาที่นี่ ยังสามารถมองเห็น หยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง กุ้ยหลิน
ที่ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ พระราชวังโปตาลา เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดและอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยตั้งอยู่ ณ
กรุงลาซา บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งปราสาทแห่งนี้มีลักษณะของวันซ้อนวัง สร้างเสร็จในปี 1648 ปัจจุบัน
กลายเป็น พิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวโปตาลา
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากที่เรายกตัวอย่างมาแล้วนั้น เรามั่นใจว่า ประเทศจีน ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
ที่รอให้ทุกคนไปค้นหาอยู่…